Mercedes-Benz เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ New GLC Electric หรือชื่อเต็มว่า Mercedes-Benz GLC with EQ Technology โดยคราวนี้เปลี่ยนคำว่า EQ เป็น Electric เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่านี่คือรถยนต์ไฟฟ้าโมเดลใหม่ของค่ายดาวสามแฉก รถเอสยูวีไซส์กลางคันนี้ถูกส่งมาท้าชนกับ BMW iX3 ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกเป็นรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2026 จากนิตยสาร Top Gear การเปิดตัวครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะ GLC รุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นรุ่นที่ทำยอดขายสูงที่สุดของ Mercedes-Benz ทั่วโลก รวมถึงในไทยที่มีเศรษฐีนิยมใช้จำนวนมาก
ดีไซน์เน้นแสงไฟ สร้างอัตลักษณ์ใหม่
New GLC Electric ใช้ภาษาการออกแบบล่าสุดที่เน้นการสร้างอัตลักษณ์ด้วยแสงไฟ (Illuminated Signature) ไฟหน้าเป็นรูปทรงดาวสามแฉก Three-Pointed Star Signature โดย DRL ภายในโคมถูกออกแบบเป็นรูปทรงดาวสามแฉกจำนวน 3 แฉกเชื่อมกันอย่างมีมิติ ซึ่งเป็นลายเซ็นใหม่ของรถไฟฟ้าเจเนอเรชันนี้ รุ่นท็อปสุดติดตั้งระบบ DIGITAL LIGHT สังเกตจากแถบตัวอักษร DIGITAL LIGHT สีเงินด้านข้างโคม ขอบโคมด้านบนมีคิ้วโครเมียมสลักตัวอักษร MERCEDES-BENZ อย่างประณีต โครงสร้างโคมเป็นแบบรมดำ Smoked Glass Effect ภายในเป็นเลนส์โปรเจกเตอร์ทรงกลมขนาดใหญ่ที่สามารถโปรเจกต์สัญลักษณ์ลงบนพื้นถนนได้
กระจังหน้าเป็น Iconic Grille ขนาดใหญ่ ใช้ดีไซน์ Smoked-glass-effect lattice structure หรือแผงกระจกสีเข้มด้านใน ฝังจุดพิกเซลสี่เหลี่ยมเรืองแสง Backlit Square Dots จำนวน 942 จุด เรียงรายเป็นแผงตารางแบบดิจิทัล กระจังหน้าถูกล้อมกรอบด้วยเส้นไฟ LED เรืองแสง Contour Lighting มีแถบเส้นทึบสีดำคาดกลางแนวนอน 2 เส้น ขนาบข้างโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ตรงกลาง ซึ่งโลโก้ดาวและแถบเส้นขอบด้านในก็ฝังระบบไฟเรืองแสงสีขาวอมม่วง Animated Light Show เช่นกัน
ไฟท้ายคู่หลังเป็นแบบ LED เต็มระบบ ภายในโคมมีกราฟิกวงกลมเรืองแสงที่ซ่อนสัญลักษณ์ดาวสามแฉกสีแดงไว้ฝั่งละ 2 ดวง รวม 4 ดวง แถบไฟเชื่อมตรงกลาง Seamless Light Bar ลากเส้นไฟ LED เส้นทึบพาดยาวเชื่อมต่อจากฝั่งซ้ายถึงฝั่งขวา วิ่งผ่านชิ้นงานคาดสีดำเงา Gloss Black ตรงกลางที่มีโลโก้ตราดาวโครเมียม เพื่อเน้นมิติความกว้างของตัวรถ ใต้ไฟท้ายฝั่งขวาติดเพลทตัวอักษร 4MATIC บ่งบอกระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
แพลตฟอร์มใหม่ MB.EA-M แบตฯ 94 kWh วิ่งไกล 651 กม.
GLC Electric แชร์ชิ้นส่วนส่วนใหญ่ร่วมกับ CLA แต่เป็นโมเดลแรกที่สร้างบนแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด MB.EA-M (Mercedes-Benz Electric Architecture - Midsize) ซึ่งจะใช้กับ New C-Class electric ด้วย รถคันนี้ถูกสร้างภายใต้แนวคิด Built Electric-First เน้นการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอันดับแรก แต่ในอนาคตอาจมีขุมพลังอื่นเช่นไฮบริดหรือเบนซินตามมา สำหรับช่วงแรกมีเฉพาะเวอร์ชันไฟฟ้า 100%
ในช่วงเปิดตัวมีรุ่นเดียวคือ GLC 400 4Matic ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังสูงสุด 483 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic มอเตอร์คู่หน้าตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อไม่จำเป็นเพื่อประหยัดพลังงาน ติดตั้งระบบเกียร์ 2 สปีดที่เพลาคู่หลัง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุใช้งานจริง 94 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุดตามมาตรฐาน WLTP อยู่ที่ 651 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง วิ่งจริงคาดว่าประมาณ 500 กิโลเมตร ตัวเลขนี้ตามหลัง BMW iX3 ที่ทำได้ 804 กิโลเมตร แต่ BMW ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่า 108 kWh ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าเช่นกัน
สถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าใช้ระบบ 800 โวลต์ รองรับการชาร์จ DC Fast Charge สูงสุด 330 kW ชาร์จ 10 นาทีเพิ่มระยะทางวิ่งได้ประมาณ 299 กิโลเมตร ระบบระบายความร้อนทำงานต่อเนื่องระหว่างการชาร์จ DC แบบเร็ว
ช่วงล่างถุงลม เลี้ยว 4 ล้อ ห้องโดยสาร Hyperscreen 39.1 นิ้ว
GLC Electric มีออปชันระบบช่วงล่างถุงลม Air Suspension ที่ยกเทคโนโลยีมาจาก S-Class พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ Rear-wheel steering ล้อคู่หลังเลี้ยวได้มุมสูงสุด 4.5 องศา ลดวงเลี้ยวเหลือ 11.2 เมตร สมรรถนะในการลากจูงสูงสุด 2.4 ตัน
ห้องโดยสารเน้นความหรูหราอลังการ แผงคอนโซลหน้าติดตั้งหน้าจอ Hyperscreen ขนาด 39.1 นิ้ว พาดยาวตั้งแต่เสาเอฝั่งซ้ายถึงฝั่งขวา ผสมผสานมาตรวัด จอแสดงผลส่วนกลาง MB OS และจอฝั่งผู้โดยสารตอนหน้า ระบบปฏิบัติการ MB.OS ทำงานร่วมกับ AI ตอบสนองรวดเร็ว ไม่หน่วง มีปุ่มควบคุมแบบหมุน Physical scrolling buttons กลับมาที่พวงมาลัย ภายในใช้วัสดุหรูราคาแพงและประณีต บางตำแหน่งตกแต่งด้วยโลหะจริง เป็นรุ่นแรกที่นำเสนอวัสดุตกแต่งแบบ Vegan ที่ได้รับการรับรอง พื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางขาตอนหลังกว้างขึ้นเนื่องจากฐานล้อยาวขึ้น 84 มิลลิเมตรเมื่อเทียบกับ GLC ปัจจุบัน พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถกว้างขึ้น มีช่องเก็บสัมภาระด้านหน้ารถ
รุ่นเริ่มต้น Sport มาพร้อมล้ออัลลอย 20 นิ้ว พวงมาลัยทรงกลมมาตรฐาน จอแสดงข้อมูลการขับขี่ 10.3 นิ้ว จอส่วนกลาง 14 นิ้ว และจอฝั่งผู้โดยสาร 14 นิ้ว ยังไม่ใช่ Hyperscreen เต็มบาน แต่เป็นสามจอวางเรียงกัน ในเยอรมันราคาเริ่มต้นสูงกว่า BMW iX3 ประมาณ 66,000 บาท รุ่นย่อยอื่นๆ ได้แก่ AMG Line, AMG Line Premium (เริ่มได้ Hyperscreen), AMG Line Premium Plus และ Premier Edition รุ่นท็อปสุด
เปรียบเทียบกับ BMW iX3 จุดเด่นและข้อด้อย
New GLC Electric มีราคาใกล้เคียงกับ BMW iX3 แต่ BMW ยังคงมีข้อได้เปรียบด้านระยะทางวิ่งที่มากกว่าประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่งอาจมีผลทางจิตวิทยาในการตัดสินใจซื้อ อย่างไรก็ตาม GLC Electric มาพร้อมความหรูหรา เทคโนโลยีหน้าจอขนาดใหญ่ และระบบช่วงล่างที่นุ่มนวล โดยรวมแล้วเป็นรถที่หาข้อบกพร่องได้ยาก รองรับการชาร์จเร็ว สมรรถนะสูง พื้นที่กว้างขวาง งานประกอบประณีต ราคาจำหน่ายใกล้เคียงกับคู่แข่ง
อาคม รวมสุวรรณ รายงาน



