รถยนต์ไฟฟ้า EV แบตเตอรี่จีนราคาถูกทะลักเข้าไทย กระทบอุตสาหกรรมในประเทศ
รถยนต์ไฟฟ้า EV แบตเตอรี่จีนราคาถูกทะลักเข้าไทย กระทบอุตสาหกรรม

การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีนราคาถูกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศไทย สร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศที่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ตามรายงานของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พบว่ายอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่ม EV ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 มีมูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 200% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

การนำเข้า EV จีนพุ่งสูง

ข้อมูลจากกรมศุลกากรระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 ไทยนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนมากกว่า 30,000 คัน คิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของการนำเข้า EV ทั้งหมด โดยรุ่นยอดนิยม ได้แก่ MG4, BYD Atto 3 และ Neta V ซึ่งมีราคาจำหน่ายต่ำกว่า 8 แสนบาท ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาใช้ EV มากขึ้น

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า "การเข้ามาของ EV จีนราคาถูกเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เราต้องสนับสนุนให้ผู้ผลิตในประเทศปรับตัวเพื่อแข่งขันได้"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในประเทศ

สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) รายงานว่ายอดขายรถยนต์สันดาปภายในลดลง 15% ในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่ยอดขาย EV เพิ่มขึ้น 300% โดยส่วนใหญ่เป็นแบรนด์จีน การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศต้องปรับสายการผลิตเพื่อรองรับชิ้นส่วน EV

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ประธาน TAIA กล่าวว่า "เราคาดว่าภายในปี 2573 รถยนต์ไฟฟ้าจะมีส่วนแบ่งตลาดถึง 30% ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง"

มาตรการของรัฐบาล

รัฐบาลได้ออกมาตรการส่งเสริมการใช้ EV ผ่านแพ็กเกจ EV 3.0 และ 3.5 ซึ่งรวมถึงการลดภาษีสรรพสามิตและการอุดหนุนราคาซื้อ ส่งผลให้ราคา EV ถูกลงและเป็นที่นิยมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเอื้อต่อผู้ผลิตจีนมากเกินไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต ชี้แจงว่า "มาตรการของเรามุ่งเน้นให้เกิดการลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทย โดยผู้ผลิตจีนหลายราย เช่น BYD และ Great Wall Motor ได้ประกาศตั้งโรงงานในประเทศแล้ว ซึ่งจะช่วยสร้างงานและถ่ายทอดเทคโนโลยี"

แนวโน้มในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการแข่งขันในตลาด EV จะรุนแรงขึ้นเมื่อผู้ผลิตรายอื่น เช่น Tesla และผู้ผลิตจากยุโรปเข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากราคาที่ถูกลงและตัวเลือกที่หลากหลาย

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จ ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 5,000 หัวจ่ายทั่วประเทศ แต่ตั้งเป้าขยายเป็น 12,000 หัวจ่ายภายในปี 2568