กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย เปิดตัวหลักสูตรฝึกทักษะปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับเด็กและเยาวชนไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและเตรียมความพร้อมให้เด็กไทยก้าวทันโลกดิจิทัล
รายละเอียดหลักสูตร
หลักสูตรดังกล่าวออกแบบมาเพื่อให้เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 8-18 ปี ได้เรียนรู้พื้นฐานของ AI ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานและเข้าใจง่าย เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่แนวคิดพื้นฐานของ AI การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน จนถึงการสร้างโมเดล AI อย่างง่าย โดยใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบออนไลน์และออฟไลน์
นายสมพงษ์ จิตระดับ รองผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า "เราต้องการให้เด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กในพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาส ได้มีโอกาสเข้าถึงความรู้ด้าน AI ซึ่งจะเป็นทักษะสำคัญในอนาคต"
เป้าหมายและกลุ่มเป้าหมาย
กสศ. ตั้งเป้าขยายหลักสูตรให้ครอบคลุมเด็กและเยาวชนอย่างน้อย 10,000 คนภายในปีแรก โดยเน้นกลุ่มเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาในชนบทและชุมชนเมืองที่ยากจน นอกจากนี้ยังมีการอบรมครูและผู้ปกครองเพื่อให้สามารถสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลจาก กสศ. ระบุว่า ปัจจุบันเด็กไทยเพียง 20% เท่านั้นที่มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่อีก 80% ยังขาดแคลนทรัพยากรและโอกาส ทำให้เกิดช่องว่างทางดิจิทัลที่กว้างขึ้น
ความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย
โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ซึ่งสนับสนุนทั้งเนื้อหาหลักสูตรและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ การทำงานร่วมกันนี้ช่วยให้หลักสูตรมีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต
นางสาวอรอนงค์ น้อยเจริญ ผู้จัดการโครงการจาก สวทช. กล่าวเสริมว่า "การสร้างความเข้าใจด้าน AI ตั้งแต่เด็กจะช่วยให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีคุณภาพในอนาคต และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ"
ผลกระทบที่คาดหวัง
กสศ. คาดว่าหลักสูตรนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว เด็กที่ผ่านการฝึกอบรมจะมีความรู้พื้นฐานด้าน AI ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการเรียนต่อหรือประกอบอาชีพในสายงานเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านการศึกษา ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ



