ไต้หวัน-ไทยร่วมปูทาง ดึงลงทุนเทคฯ 14,600 ล้านบาท ตั้งเป้าสร้างบุคลากร AI
ไต้หวัน-ไทยร่วมปูทาง ดึงลงทุนเทคฯ 14,600 ล้านบาท ตั้งเป้าสร้างบุคลากร AI

นายปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย เปิดเผยถึงทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-ไต้หวัน โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก ซึ่งรัฐบาลไทยมีเป้าหมายที่จะทำให้ประเทศเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งสอดคล้องกับความสนใจของไต้หวันที่ต้องการลงทุนพัฒนาในด้านเหล่านี้

ยอดการค้าและลงทุนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

นายปีเตอร์ หลัน กล่าวว่า การค้าระหว่างไทยและไต้หวันในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมชิปเพิ่มขึ้นถึง 47.8% ซึ่งเป็นสถิติใหม่ ขณะที่การลงทุนจากธุรกิจไต้หวันในประเทศไทยได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แล้ว 14,600 ล้านบาทในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งคิดเป็น 50% ของยอดการลงทุนทั้งหมดในปี 2568 ที่ผ่านมา

"การลงทุนที่เพิ่มขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศกำลังเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน โดยอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ AI ไม่ได้จำกัดเพียงการผลิตชิป แต่ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ" นายปีเตอร์ หลัน กล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

โครงการพัฒนาทักษะบุคลากรไทย

ไต้หวันได้เริ่มโครงการความร่วมมือกับภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และโรงเรียนอาชีวศึกษาในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยเริ่มจากกรุงเทพฯ ก่อนขยายไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โครงการดังกล่าวรวมถึงการมอบทุนการศึกษาและการรับประกันการทำงานในบริษัทไต้หวัน เพื่อพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีให้แก่บุคลากรไทย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายปีเตอร์ หลัน เน้นย้ำว่า ความต้องการบุคลากรที่มีความสามารถจะเพิ่มขึ้นตามสเกลของอุตสาหกรรมในอนาคต การมีฐานการผลิตเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีทักษะสูงรองรับ มิฉะนั้นทิศทางอาจไม่ยั่งยืน โดยเฉพาะเมื่อมีประเทศอื่นในภูมิภาคพร้อมแข่งขันแย่งการลงทุนจากต่างชาติ (FDI)

"ไต้หวันเมื่อ 50 ปีก่อนสามารถกลายเป็นขุมพลังทางเซมิคอนดักเตอร์ได้ก็มาจากการพัฒนาทักษะและความรู้ นำสิ่งที่เรียนรู้ในต่างประเทศกลับมาพัฒนาบ้านเกิด กระบวนการเหล่านี้ใช้เวลาหลายทศวรรษ" นายปีเตอร์ หลัน กล่าว

ความท้าทายด้านพลังงาน

นายปีเตอร์ หลัน ตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจัยสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนคือเรื่องพลังงานที่จะรองรับอุตสาหกรรมไฮเทค โดยภาคพลังงานทดแทนดูเหมือนจะเติบโตไม่ทันตามความต้องการ

จุดยืนต่อกฎหมายจีน

เมื่อถูกถามถึงผลกระทบจากกฎหมายเพื่อความเป็นเอกภาพทางเชื้อชาติของจีนที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายปีเตอร์ หลัน ยิ้มเล็กน้อยก่อนอ่านแถลงการณ์ของรัฐบาลไต้หวัน โดยระบุถึงการเคารพและการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างช่องแคบไต้หวันเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน โดยไม่มีเงื่อนไขทางการเมือง

"กฎหมายใหม่นี้เป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เรียกว่าการใช้เขตอำนาจนอกดินแดน (Long Arm Jurisdiction) ซึ่งสร้างความท้าทายให้กับรัฐบาลชาติต่างๆ ตอนแรกอาจบอกว่าเล็งเป้าเฉพาะกลุ่มหัวรุนแรงที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน แต่รายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลง" นายปีเตอร์ หลัน กล่าว พร้อมอธิบายความแตกต่างระหว่างหลักการจีนเดียวกับนโยบายจีนเดียว โดยระบุว่าประเทศต่างๆ สามารถมีมุมมองของตนเองได้

โอกาสความร่วมมือที่ยั่งยืน

นายปีเตอร์ หลัน กล่าวทิ้งท้ายว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ไต้หวันสามารถบริหารจัดการให้เป็นคู่ขนานไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องลากเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันปูทางสร้างโอกาสบนรากฐานความสัมพันธ์ที่มั่นคง ไม่จำกัดเพียงเศรษฐกิจ แต่รวมถึงการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนและการท่องเที่ยว

เมื่อถูกถามถึงนโยบายเงินจูงใจ 5,000 ดอลลาร์ไต้หวันสำหรับนักท่องเที่ยวที่กลับมาเที่ยวรอบสอง นายปีเตอร์ หลัน เปิดเผยว่า กำลังพิจารณาอยู่ แต่ที่ออกข่าวไปแล้วเนื่องจากเจ้าหน้าที่พูดกับสื่อเร็วเกินไป

สุดท้าย นายปีเตอร์ หลัน ได้สรุปความสัมพันธ์ไทย-ไต้หวันด้วยคำ 3 คำที่เตรียมมา ได้แก่ นวัตกรรมจะช่วยทำให้ประเทศแข็งแกร่งพร้อมรับมือและฟื้นฟูต่อทุกสถานการณ์ ความร่วมมือจะช่วยสร้างโอกาสที่หลากหลาย และโอกาสเหล่านี้ย่อมนำไปสู่การได้รับผลประโยชน์ร่วมกันและมิตรภาพที่ยั่งยืน