จีนตื่นตัว OpenClaw กระแส AI Agents ระบาด รัฐหนุนเต็มที่ แต่ความปลอดภัยยังเป็นห่วง
หลังเปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2568 ความนิยมของ OpenClaw ผู้ช่วย AI แบบอัตโนมัติได้แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในจีนที่เกิดกระแส "OpenClaw ฟีเวอร์" ตั้งแต่กลุ่มนักเรียน คนทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุต่างทดลองใช้งานเครื่องมือนี้ จนนำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จำนวนมาก
กระแสตื่นตัวและความกังวลที่ตามมา
กระแสความนิยมนี้สร้างผลตอบรับสองด้านชัดเจน ด้านหนึ่งคือกลุ่มที่ตื่นเต้นและผลักดันการใช้งานอย่างหนัก มองว่า OpenClaw จะช่วยให้จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำในยุคของ Agentic AI ซึ่งรัฐบาลจีนเองก็เพิ่มเงินสนับสนุนการพัฒนา AI อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม อีกด้านเริ่มกังวลเนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้น ส่งผลกดดันคนทำงานให้สร้างโปรดักต์มาต่อสู้กัน
เมื่อการใช้งานขยายวงกว้าง รัฐบาลจีนเริ่มออกคำเตือนในการใช้งานภาคส่วนที่มีความอ่อนไหว เช่น ธนาคารหรือกลาโหม พร้อมจำกัดการใช้งานบนคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานรัฐ เนื่องจาก OpenClaw จำเป็นต้องขอสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในระดับกว้าง และสามารถติดต่อกับระบบภายนอกได้ ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดการโจมตีทางไซเบอร์
การแพร่กระจายและผลกระทบทางธุรกิจ
การเปิดตัว OpenClaw จุดกระแสความตื่นเต้นครั้งใหญ่ในจีน จนเกิดคำพูดติดปากในหมู่ผู้ใช้งานว่า "เลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์" ซึ่งมีที่มาจากโลโก้ของระบบนี้ ผู้คนแห่กันใช้งานจากกลุ่มคนเทคโนโลยีเฉพาะทางไปสู่ประชาชนทั่วไปภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายเมืองในจีน เช่น หางโจว กวางโจว และเซินเจิ้น ได้จัดงานพบปะผู้สนใจ OpenClaw โดยมีผู้เข้าร่วมครั้งละ 200-300 คน ตั้งแต่วิศวกร นักลงทุน นักศึกษา ไปจนถึงเจ้าของธุรกิจ และยังมีแผนจัดงานเพิ่มเติมในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ในเร็ว ๆ นี้
ความนิยมของ OpenClaw ยังทำให้รัฐบาลจีนตระหนักถึงโอกาสของเทคโนโลยี AI Agents ในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับสหรัฐอเมริกามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมองว่าในสหรัฐฯ บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งกำลังพัฒนา AI Agents เช่นกัน แต่ยังไม่สามารถสร้างฐานผู้ใช้งานที่เติบโตรวดเร็วแบบในจีนได้
ความกดดันในที่ทำงานและอนาคตเชิงพาณิชย์
จากรายงานของ Bloomberg สัมภาษณ์ Cindy Weng ผู้จัดการผลิตภัณฑ์วัย 35 ปี ในบริษัทการเงินขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองเซินเจิ้น เธอกล่าวว่า "ตั้งแต่มี OpenClaw เข้ามา ทุกอย่างกลายเป็นการแข่งขันที่บ้าคลั่งมากขึ้น เราถูกกดดันจากการทำงานหนักแทบจะหายใจไม่ออก"
ความกดดันนี้เกิดขึ้นจากการที่บริษัทจัดการแข่งขันให้พนักงานพิสูจน์ความสามารถในการใช้ AI ผ่านการใช้งาน OpenClaw โดยตอนแรกตั้งใจจะจัดขึ้นในวันหยุด แต่เนื่องจากพนักงานต่างแสดงความไม่พอใจ งานแข่งขันจึงจำเป็นต้องเลื่อนไป อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเตือนพนักงานว่าพวกเขาอาจถูกแทนที่หรือเลิกจ้างทันที หากไม่ยอมใช้ AI ตามที่กำหนด
ในแง่ของการพัฒนาเชิงพาณิชย์ ยังไม่ชัดเจนว่า OpenClaw จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จริงหรือเป็นเพียงกระแสชั่วคราว คำตอบนี้อาจขึ้นอยู่กับว่าบริษัท AI ของจีนจะสามารถสร้างรายได้จากบริการเหล่านี้ได้เร็วเพียงใด รวมถึงสามารถจัดการความกังวลของหน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้หรือไม่
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและอนาคตของอุตสาหกรรม
กระแส OpenClaw ยังจุดประกายการเปิดตัวเครื่องมือ AI Agents จำนวนมากภายในเวลาอันสั้น ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนก็เริ่มเปิดตัวเวอร์ชันของตัวเองด้วย เช่น AutoClaw ของ Zhipu, QClaw ของ Tencent, DuClaw ของ Baidu, ArkClaw ของ ByteDance และ MaxClaw ของ MiniMax ส่งผลให้มูลค่าตลาดของหุ้นเทคโนโลยีจีนเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หุ้นของบริษัท Minimax ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทเคนสำหรับระบบเอเจนต์ พุ่งขึ้นมากกว่า 30% ในสัปดาห์เดียว และเพิ่มขึ้นถึง 550% ในเวลาเพียงสองเดือนหลังเข้าจดทะเบียน จนมีมูลค่าตลาดแซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ
นักธุรกิจด้านคลาวด์ AI ระบุว่า ความตึงเครียดระดับโลกกำลังผลักดันให้ประเทศและบริษัทต่าง ๆ มองหาเครื่องยนต์ใหม่ ๆ ที่จะเติบโตได้ และเมื่อมีสิ่งที่ดูเหมือนแสงสว่างเกิดขึ้น (ซึ่งก็คือ AI Agents) ความคาดหวังก็พุ่งสูงทันที อย่างไรก็ตาม มูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้อาจสูงเกินจริง
คุณค่าที่แท้จริงของ OpenClaw อยู่ที่การเปิดพื้นที่ทดลองใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรม และสร้างโอกาสให้ผู้คนสามารถพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดได้ แต่เส้นทางสู่การทำเงินเชิงพาณิชย์ยังต้องใช้เวลาและความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัย



