โรคนิ่วทางเดินปัสสาวะเป็นภัยเงียบที่พบได้บ่อยในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีอุบัติการณ์สูงถึงร้อยละ 10-20 ของประชากร โรคนี้เกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุในปัสสาวะ ทำให้เกิดก้อนนิ่วในไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ หรือท่อปัสสาวะ หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่การติดเชื้อ การทำงานของไตเสื่อม และไตวายเรื้อรังได้ การดื่มน้ำให้เพียงพอและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกัน
โรคนิ่วคืออะไร? ชนิดและตำแหน่งที่พบบ่อย
โรคนิ่วทางเดินปัสสาวะเป็นชื่อรวมของนิ่วที่เกิดในระบบทางเดินปัสสาวะ แบ่งตามตำแหน่ง ได้แก่ นิ่วในไต นิ่วในท่อไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และนิ่วในท่อปัสสาวะ โดยส่วนใหญ่มักเริ่มต้นที่ไตแล้วเลื่อนตำแหน่งไปยังส่วนอื่น นิ่วขนาดเล็กอาจหลุดออกมาเองได้ขณะปัสสาวะ แต่ถ้ามีขนาดใหญ่จะไปอุดตันตามจุดต่างๆ ทำให้เกิดอาการปวดและภาวะแทรกซ้อน
โรคนิ่วมีสองชนิดหลักคือ นิ่วในถุงน้ำดีและนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมีส่วนประกอบ สาเหตุ และการรักษาแตกต่างกัน แต่มักถูกเรียกรวมกันว่านิ่วเพราะมีลักษณะเป็นก้อนคล้ายหิน การรักษาจึงต้องระบุตำแหน่งให้ชัดเจน
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคนิ่ว
สาเหตุของโรคนิ่วเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งสิ่งแวดล้อม เมตาบอลิซึม พันธุกรรม วิถีชีวิต และพฤติกรรมการบริโภค สารก่อนิ่วในปัสสาวะ เช่น แคลเซียม ฟอสเฟต ออกซาเลต และยูเรต เมื่อมีปริมาณผิดปกติและสภาพแวดล้อมเหมาะสม จะรวมตัวกันเป็นผลึกแข็งและกลายเป็นนิ่ว องค์ประกอบส่วนใหญ่ในก้อนนิ่วคือแร่ธาตุ เช่น แคลเซียมออกซาเลต แคลเซียมฟอสเฟต ยูเรต และแมกนีเซียมแอมโมเนียมฟอสเฟต
ในประเทศไทย นิ่วแคลเซียมฟอสเฟตพบมากที่สุดประมาณร้อยละ 80 รองลงมาคือนิ่วกรดยูริกร้อยละ 10-20 ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยในผู้ป่วยไทยคือการมีสารยับยั้งนิ่วในปัสสาวะต่ำ โดยเฉพาะภาวะซิเทรตต่ำพบร้อยละ 70-90 และภาวะโพแทสเซียมต่ำพบร้อยละ 40-60
อาการของโรคนิ่วทางเดินปัสสาวะ
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดท้อง ปวดหลัง ปัสสาวะขัด ปัสสาวะเป็นเลือด บางครั้งมีก้อนนิ่วหลุดออกมาคล้ายเศษทราย หากเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น กรวยไตอักเสบจากการติดเชื้อ หรือท่อไตอุดตัน อาจทำให้ไตวายได้ อาการรุนแรงขึ้นอยู่กับระยะเวลาและขนาดของนิ่ว
ปัจจัยเสี่ยงภายใน เช่น กายวิภาคของไต พันธุกรรม เชื้อชาติ ปัจจัยภายนอก เช่น ภูมิศาสตร์ อากาศ ปริมาณน้ำที่ดื่ม พฤติกรรมการกิน อาชีพ และยาบางชนิด
กลไกการเกิดนิ่วและการป้องกันตามธรรมชาติ
กลไกการเกิดนิ่วไตคือการมีสารก่อนิ่วสูงกว่าระดับสารยับยั้งนิ่ว ร่วมกับปริมาตรปัสสาวะน้อย ทำให้เกิดภาวะอิ่มตัวยวดยิ่งของสารก่อนิ่ว เกิดผลึกที่ไม่ละลายน้ำ เช่น แคลเซียมออกซาเลต แคลเซียมฟอสเฟต และยูเรต ผลึกเหล่านี้กระตุ้นการอักเสบ ทำลายเซลล์บุไต และเป็นพื้นที่ให้ผลึกเกาะยึด จนกลายเป็นก้อนนิ่วในที่สุด
ในคนปกติ สารยับยั้งนิ่ว เช่น ซิเทรต โพแทสเซียม และแมกนีเซียม จะแย่งจับกับสารก่อนิ่ว ทำให้เกิดสารที่ละลายน้ำได้และขับออกทางปัสสาวะ โปรตีนในปัสสาวะหลายชนิดยังช่วยป้องกันการก่อผลึกและขับผลึกออกได้ง่ายขึ้น ความผิดปกติของสารยับยั้งนิ่วเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคนิ่วไต
นิ่วในไตและนิ่วในกระเพาะปัสสาวะในประเทศไทย
นิ่วในไตพบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ชายอายุ 30-40 ปี และพบมากในภาคเหนือและภาคอีสาน นิ่วอาจมีขนาดต่างๆ ก้อนเดียวหรือหลายก้อน มักเกิดที่ไตข้างเดียว สาเหตุเกี่ยวข้องกับแคลเซียมในปัสสาวะสูงจากการกินอาหารแคลเซียมสูง ดื่มนมมาก หรือต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน รวมถึงโรคเกาต์ ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การอยู่ในเขตร้อน ดื่มน้ำน้อย ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือโครงสร้างไตผิดปกติ
นิ่วในกระเพาะปัสสาวะพบมากในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ในภาคเหนือและภาคอีสาน สาเหตุมาจากการขาดฟอสฟอรัสและโปรตีน โดยเฉพาะเด็กที่กินข้าวย้ำตั้งแต่อายุ 4 สัปดาห์ ทำให้ได้รับนมแม่น้อยลง และกินอาหารที่มีออกซาเลตสูง เช่น ผักโขม ผักแพว ร่วมกับการขาดฟอสฟอรัสและโปรตีน ทำให้ผลึกออกซาเลตจับตัวเป็นนิ่วได้ง่าย
การป้องกันโรคนิ่ว
การป้องกันนิ่วในกระเพาะปัสสาวะมีความสำคัญทั้งต่อประชาชนและประเทศชาติ วิธีการเร่งด่วนคือการให้ฟอสฟอรัสเสริมในพื้นที่ที่มีโรคชุก ส่วนระยะยาวต้องให้ความรู้ด้านโภชนาการให้กินอาหารที่มีฟอสฟอรัสและโปรตีนมากขึ้น และลดอาหารที่ให้ออกซาเลตสูง การดื่มน้ำอย่างเพียงพอเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพสำหรับนิ่วทุกชนิด
ขอบคุณข้อมูลจาก: โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา



