เตือนอาการชาปลายมือปลายเท้าสัญญาณโรคระบบประสาท
เตือนอาการชาปลายมือปลายเท้าสัญญาณโรคระบบประสาท

อาการชาปลายมือปลายเท้าที่หลายคนมองข้ามอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral Neuropathy) ซึ่งเกิดจากความเสียหายของเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณระหว่างสมองและไขสันหลังไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะมือและเท้า

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของอาการชาปลายมือปลายเท้า

โรคระบบประสาทส่วนปลายมีสาเหตุหลากหลาย เช่น เบาหวาน ภาวะขาดวิตามินบี การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป โรคไตเรื้อรัง โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย โรคติดเชื้อบางชนิด หรือผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัด โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานพบว่ามีความเสี่ยงสูงถึง 50% ที่จะเกิดอาการชาปลายมือปลายเท้า

อาการที่ควรสังเกต

นอกจากอาการชาแล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการแสบร้อน รู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม ปวดแปลบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือสูญเสียการทรงตัว อาการเหล่านี้มักเริ่มที่ปลายเท้าก่อนแล้วค่อยลามขึ้นมาที่ขาและมือ หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลให้เกิดแผลที่เท้าโดยไม่รู้สึก นำไปสู่การติดเชื้อและอาจต้องตัดขาในรายที่รุนแรง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การวินิจฉัยและการรักษา

แพทย์จะวินิจฉัยโดยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ตรวจความเร็วการนำกระแสประสาท (Nerve Conduction Study) และตัดชิ้นเนื้อเส้นประสาทหากจำเป็น การรักษามุ่งเน้นที่สาเหตุต้นตอ เช่น ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เติมวิตามินบี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และใช้ยาบรรเทาอาการปวด เช่น ยากันชักหรือยาแก้ซึมเศร้าในขนาดต่ำ

นายแพทย์สมชาย วงศ์วัฒนา อายุรแพทย์ระบบประสาท กล่าวว่า "ผู้ที่มีอาการชาปลายมือปลายเท้าเรื้อรังหรือรุนแรง ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เพราะหากปล่อยไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น แผลติดเชื้อหรือสูญเสียการเคลื่อนไหว"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวทางการป้องกัน

การดูแลสุขภาพโดยรวมสามารถลดความเสี่ยงได้ เช่น ควบคุมโรคประจำตัว รับประทานอาหารที่มีวิตามินบีสูง หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงควรตรวจเช็กอาการชาปลายมือปลายเท้าเป็นระยะ