คุณพ่อเจมส์ เรืองศักดิ์ และคุณแม่ก้อย นัชชา ได้ออกมาเปิดใจและตั้งโต๊ะแถลงข่าวดีกับสื่อมวลชน หลังให้กำเนิดทายาทคนที่สองสุดน่ารัก โดยพวกเขาได้เล่าถึงโมเมนต์วินาทีที่ได้เห็นหน้าและยินเสียงลูกสาวเป็นครั้งแรก พร้อมเผยเส้นทางกว่าจะมีทายาทในวัย 42 ปี
สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์
เจมส์และก้อยเปิดเผยว่า การให้กำเนิดลูกคนที่ 2 เป็นไปอย่างสมบูรณ์แข็งแรง ทั้งน้ำหนักตัวน้องและคุณแม่ดี คุณแม่มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี ไม่่อ่อม ไม่ยม ถือว่าท้องสองในวัย 42 เป็นไปได้ดีและสมบูรณ์แข็งแรง น้องแข็งแรงเพราะออกมาปุ๊บร้องตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตาดูโลก ร้องไม่หยุดจนถึงห้องที่เจ้าหน้าที่พยาบาลทำความสะอาดและชั่งน้ำหนัก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี คุณหมอบอกว่าแสดงว่าปอดทำงานได้ปกติจึงร้องไม่หยุด
ความรู้สึกครั้งแรกที่อุ้มลูก
ความรู้สึกครั้งแรกที่อุ้มน้องมาให้คุณแม่ดู เจมส์กล่าวว่าตั้งใจจะไม่ดราม่า เพราะลูกคนแรกน้ำตาคลอ แต่ครั้งนี้แม้จะเป็นลูกคนที่สองก็ต้านทานไม่ไหว น้ำตารื้นทันทีที่มองดูน้อง ว่าหน้าตาเหมือนอัลตร้าซาวด์หรือไม่ ซึ่งเหมือนประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์
การเตรียมตัวสำหรับคนมีบุตรยาก
ก้อยเล่าว่าได้เตรียมตัวโดยการเย็บปากมดลูกตั้งแต่ประมาณ 3 เดือน เพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด นอกจากนี้ยังดูแลตัวเองในเรื่องอาหาร การกิน การออกกำลังกาย อารมณ์ และการนอน ไม่เดินเยอะเกินไป ใช้รถวิลแชร์ตลอดช่วงตั้งครรภ์ หลังคลอดวันแรกไม่ให้ลุกเดินเพราะบล็อกหลังยังชา แต่อีกวันคุณหมอแนะนำให้ลุกเดินได้ ก้อยก็เดินได้ตามปกติ
ปัญหาสุขภาพและความกังวล
คุณหมอของครูก้อยกังวลเรื่องอายุ 42 ปี ซึ่งมีความเสี่ยงเบาหวานและปัญหาโครโมโซม แต่ก้อยผ่านการตรวจเบาหวานแบบหวุดหวิด และปากมดลูกสั้นเนื่องจากเคยผ่าตัดมาก่อน แต่ประเมินและให้ยาช่วย รวมถึงผ่าตัดเย็บปากมดลูกแล้ว ผ่านไปด้วยดี ขนาดน้องตามเกณฑ์ตลอด ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป น้ำหนักดี น้ำคร่ำดี
ความตื่นเต้นของพ่อ
เจมส์กล่าวว่ามีโอกาสเข้าไปให้กำลังใจครูก้อยตั้งแต่คุณหมอลงมีด ท้องแรกไม่กล้าดูกลัวเป็นลม แต่ท้องสองมีประสบการณ์แล้วจึงขอแอบดู ได้เห็นภาพแรกที่คุณหมอหยิบน้องมีเมตตาออกมาและร้องคำแรก เป็นภาพแห่งความตื้นตันใจของคนเป็นพ่อ
แผนการมีลูกและการตั้งชื่อ
ก้อยตั้งใจจะมีลูกคนที่สองให้ห่างจากคนแรก 7 ปี เพื่อให้น้องเมดาโตเต็มที่และเป็นที่พึ่งของน้องได้ ก้อยมีตัวอ่อนแช่แข็งไว้ตั้งแต่ตอนอายุ 38 ปี วางแผนบำรุงมดลูกและเตรียมผนังมดลูกให้แข็งแรง ซึ่งมั่นใจว่าทำได้เพราะมีวินัยในการดูแลตัวเอง
ส่วนที่มาของชื่อน้องมีเมตตา เจมส์เล่าว่าเคยทำงานกับเจ้านายเก่าที่พูดในที่ประชุมว่าเมตตาเป็นของสูง ถ้าอยากเป็นคนมีจิตใจสูงต้องรู้จักมีเมตตา เขาจึงรีบจดไว้และเก็บไว้ใช้ตั้งชื่อลูก ชื่อมีเมตตาสะกดง่ายและความหมายดี คล้องจองกับน้องเมดา เจมส์ยังบอกว่าเตรียมชื่อลูกคนต่อไปไว้แล้ว แต่ต้องดูว่าก้อยจะไหวหรือไม่



