หมอ มข. เตือน Gen Z ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเพิ่ม เสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี
หมอ มข. เตือน Gen Z ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเพิ่ม เสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 ก.ค. 69 ที่อาคารเวชวิชชาคาร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยถึงสถานการณ์การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในกลุ่ม Gen Z ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบตามแบบอย่างของอินฟลูเอนเซอร์ในโซเชียลมีเดีย

สถิติการติดเชื้อและความเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี

รศ.ดร.วัชรินทร์ ระบุว่า จากการสุ่มตรวจประชากรภาคอีสานประมาณ 200,000 คน พบอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเฉลี่ยอยู่ที่ 28.8% หรือประมาณ 1 ใน 3 ของผู้เข้ารับการตรวจ เมื่อเทียบกับประชากรอีสานทั้งหมด 24 ล้านคน คาดว่ามีผู้ติดเชื้อถึง 6 ล้านคน นอกจากนี้ ในแต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีในภาคอีสานประมาณ 10,000 คน ซึ่งเป็นผลกระทบระยะรุนแรงจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับซ้ำๆ

พฤติกรรมเสี่ยงของ Gen Z

ปัจจุบันมีอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากสร้างคลิปการกินปลาดิบ ปลาร้าดิบ และอาหารดิบอื่นๆ ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าวว่า “ได้ยินข่าวว่านักศึกษาตรวจพบเชื้อ 30% ถามว่าตกใจหรือไม่ บอกเลยว่าไม่ตกใจ เพราะเห็นภาพแบบนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว ตั้งแต่พัฒนาชุดตรวจขึ้นมา” โดยชี้ว่ากลุ่ม Gen Z มีโอกาสเสพสื่อมากขึ้นและเลียนแบบพฤติกรรมการกินดิบ ซึ่งนำไปสู่การติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอายุน้อย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การป้องกันและการตรวจคัดกรอง

ทั้งนี้ การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับสามารถรักษาได้ด้วยยาถ่ายพยาธิตามแพทย์สั่ง แต่หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็อาจกลับมาป่วยซ้ำ และเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้พัฒนาชุดตรวจคัดกรองที่ผ่านการรับรองจาก อย. มีลักษณะคล้าย ATK สำหรับตรวจโควิด-19 โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำหนดให้เป็นสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถตรวจสอบสิทธิ์ผ่านแอปเป๋าตังค์ และรับชุดตรวจได้ที่ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการปีละ 1 ครั้ง

ข้อแนะนำจากผู้ประกอบการร้านอาหาร

นายวชิรพันธ์ วันทอง อายุ 39 ปี เจ้าของร้านแซ่บชัดเจน กล่าวยืนยันว่าร้านใช้ปลาร้าต้ม 100% ที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า โดยลูกค้าไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้น พร้อมแนะนำให้ผู้บริโภคเลือกอาหารที่ปรุงสุกและซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ เนื่องจากปลาร้าดิบมีกลิ่นคาวและไม่หอมเท่าปลาร้าต้มสุก