นอนกรนเสียงดังเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรพบแพทย์
นอนกรนเสียงดังเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรพบแพทย์

การนอนกรนเสียงดังไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญ แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง โดยเฉพาะโรคหัวใจและหลอดเลือด นักวิจัยพบว่าผู้ที่นอนกรนเสียงดังและมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และความดันโลหิตสูง

สาเหตุของอาการนอนกรน

การนอนกรนเกิดจากการตีบตันของทางเดินหายใจส่วนบนขณะนอนหลับ ทำให้ลมผ่านได้ยากและเกิดเสียงดัง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นรูปแบบที่รุนแรงกว่าของการนอนกรน โดยผู้ป่วยจะหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ซึ่งทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงและหัวใจต้องทำงานหนักขึ้น

ความเชื่อมโยงกับโรคหัวใจ

การศึกษาหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด
  • ทำให้หัวใจทำงานหนักและอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว

การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วยเครื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) สามารถลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ควรพบแพทย์เมื่อใด

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรนเสียงดังร่วมกับอาการต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย: ง่วงนอนตอนกลางวันมากผิดปกติ, ตื่นขึ้นมาด้วยอาการปากแห้งหรือเจ็บคอ, ปวดศีรษะตอนเช้า, นอนไม่หลับ, หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับที่สังเกตได้จากคนอื่น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. สังเกตอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจ
  2. บันทึกข้อมูลอาการเพื่อแจ้งแพทย์
  3. เข้ารับการตรวจด้วยเครื่อง polysomnography เพื่อวินิจฉัย

การดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย และการหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนนอน สามารถช่วยลดอาการนอนกรนและความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้