แม่เลี้ยงเดี่ยวร่ำไห้ร้อง ปวีณา ลูกสาว 5 เดือนดับปริศนา หลังฝากเลี้ยง พี่เลี้ยงป้อนยาเด็กโต
วันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ในอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี น.ส.หวาน (นามสมมติ) แม่เลี้ยงเดี่ยววัย 37 ปี ทำงานพีอาร์ร้านอาหาร ร้องไห้ร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิ หลังลูกสาววัยเพียง 5 เดือนเสียชีวิตอย่างน่าสงสัย ภายหลังนำไปฝากเลี้ยงแบบกินนอน
เหตุการณ์นำไปสู่การสูญเสีย
น.ส.หวานเล่าว่า เธอเลิกรากับสามีตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน ต้องต่อสู้ชีวิตคนเดียว เมื่อลูกสาวคลอดอายุ 3 เดือน จึงจ้างพี่เลี้ยงเด็กใกล้บ้านในเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ แบบกินนอนเดือนละ 6,500 บาท เพราะต้องทำงานกลางคืน โดยรับลูกกลับบ้านทุกวันเสาร์ที่หยุดงาน ที่บ้านพี่เลี้ยงมีเด็กประมาณ 7-8 คน และไม่เคยมีปัญหามาก่อน
จนกระทั่งวันที่ 2 มีนาคม 2569 ช่วงบ่าย พี่เลี้ยงโทรมาบอกว่าลูกสาวมีอาการไอ จึงป้อนยาแก้อักเสบซึ่งเป็นของลูกพี่เลี้ยงวัย 2 ขวบให้กินดักไว้ พร้อมกล่าวว่า "ไม่เป็นไร กินได้ ให้กินไม่เยอะ" แม่ถามย้ำว่ายาของเด็กโตจะปลอดภัยหรือ แต่พี่เลี้ยงยืนยันเช่นนั้น
อาการผิดปกติและความพยายามช่วยเหลือ
วันที่ 3 มีนาคม แม่เข้าไปดูลูกที่บ้านพี่เลี้ยง เห็นลูกนอนคว่ำหลับอยู่ พี่เลี้ยงบอกว่าเพิ่งเล่นมากแล้วหลับไป แต่เมื่ออุ้มขึ้นมาพบว่าลูกมีอาการอ่อนแรงและสะลึมสะลือ แม่รู้สึกผิดปกติเพราะปกติลูกจะร่าเริง แต่ต้องไปทำงานต่อ
เช้าวันที่ 4 มีนาคม แม่รีบไปหาลูกพร้อมนมและแพมเพิร์ส แต่พี่เลี้ยงไม่อยู่บ้าน แม่ของพี่เลี้ยงบอกว่าลูกหลับอยู่ข้างบนและอาการดีขึ้นแล้ว ต่อมาเกือบ 9 โมงเช้า แม่ของพี่เลี้ยงโทรมาด้วยน้ำเสียงตกใจว่า พี่เลี้ยงกำลังพาลูกไปโรงพยาบาลเพราะมีเลือดออกที่จมูกเต็มเลย
แม่รีบตามไปโรงพยาบาล พบลูกอยู่ในห้องฉุกเฉิน แพทย์กำลังปั๊มหัวใจประมาณ 40 นาที ก่อนแจ้งว่าไม่สามารถช่วยชีวิตได้แล้ว คาดว่าหยุดหายใจมาตั้งแต่ก่อนถึงโรงพยาบาลประมาณ 2 ชั่วโมง ทั้งที่บ้านอยู่ห่างโรงพยาบาลเพียง 10 นาที
ข้อสงสัยและขั้นตอนการสอบสวน
น.ส.หวานเผยว่า เมื่อถามพยาบาลเกี่ยวกับเลือดออก พยาบาลบอกว่าตอนมาถึงโรงพยาบาลไม่มีเลือด น่าจะถูกเช็ดตัวมาก่อนแล้ว พี่เลี้ยงบอกแพทย์ว่าลูกมีปัญหาระบบหายใจ แต่แม่เห็นเสื้อพี่เลี้ยงเปื้อนเลือดจึงถาม พี่เลี้ยงตอบอ้อมแอ้มยอมรับว่ามีเลือดออกนิดเดียว และถามย้ำว่า "จะเอาเรื่องพี่ไหม อย่าเอาเรื่องพี่นะ พี่ไม่ได้ทำอะไรเลย"
แพทย์ออกใบมรณบัตรระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า "ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว" แต่แม่ติดใจสงสัยจึงขอชันสูตรศพ แพทย์เก็บชิ้นเนื้อและเลือดตรวจหาสาเหตุ คาดทราบผลใน 2 เดือน แม่ได้แจ้งความที่สน.ราษฎร์บูรณะเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ตำรวจตรวจสอบบ้านพี่เลี้ยงและสอบปากคำคนในสถานรับเลี้ยงเด็กจนถึงวันที่ 5 มีนาคม
เนื่องจากฐานะยากจน แม่ได้เผาศพลูกสาวไปแล้ว เพราะหากตั้งศพจะเสียค่าใช้จ่ายสูง ขณะนี้ยังทำใจไม่ได้และเดินทางมาขอความเป็นธรรมจากมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อช่วยหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงและติดตามคดี
การตอบสนองจากมูลนิธิปวีณาฯ
นางปวีณา หงสกุล กล่าวแสดงความเสียใจกับแม่ที่สูญเสียลูก หลังรับเรื่องได้ประสาน พ.ต.อ.วัชรพล สุวนันทวงศ์ ผู้กำกับการสน.ราษฎร์บูรณะทันที และจะประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ตรวจสอบว่าบ้านรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้จดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ เพื่อประกอบการสอบสวน
ในวันที่ 11 มีนาคม มูลนิธิปวีณาฯ จะพาแม่ไปพบ พ.ต.อ.วัชรพล เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม และจะติดตามคดีให้ความเป็นธรรมต่อไป นางปวีณายังเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญ จัดตั้งศูนย์รับเลี้ยงเด็กในชุมชนหรือหน่วยงานราชการ เพื่อความปลอดภัยและการดูแลเด็กที่ถูกต้อง โดยเฉพาะแม่ลูกอ่อนที่ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ



