Oral-B ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ตลาดแปรงสีฟันไฟฟ้าในประเทศไทย
ในปีที่ผ่านมา ตลาดแปรงสีฟันไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับกระแสผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพและความงามมากขึ้น โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 20% เมื่อเทียบกับปี 2564 สะท้อนถึงความต้องการที่ขยายตัวและความแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด
พฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหา Health Gadget เพื่อยกระดับการดูแลสุขอนามัยช่องปากด้วยนวัตกรรม เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แปรงสีฟันไฟฟ้าได้รับความนิยมแพร่หลาย ทั้งในยุโรป เอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงประเทศไทยด้วย
ปัจจุบัน ตลาดแปรงสีฟันไฟฟ้ากำลังแข่งขันดุเดือดด้วยการช่วงชิงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ตั้งแต่ระบบสั่น Sonic ไปจนถึงนวัตกรรมขั้นสูงอย่าง iO ของ Oral-B ที่เน้นการทำความสะอาดช่องปากอย่างมีประสิทธิภาพและล้ำลึก แต่ยังให้ความอ่อนโยนต่อเหงือกและฟัน
จุดเด่นของนวัตกรรม Oral-B iO Series
ลักษณะหัวแปรงกลมเอกลักษณ์ของ Oral-B ช่วยเจาะลึกทำความสะอาดฟันทุกซี่ แม้แต่กรามซี่ในสุดได้อย่างแม่นยำและทั่วถึง ระดับราคาของแปรงสีฟันไฟฟ้าในปัจจุบันมีให้เลือกกว้างมาก ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นบาท ตามวัสดุและฟังก์ชันต่างๆ ที่ให้มากับตัวแปรง
การที่ผู้บริโภคยุคใหม่ยอมจ่ายแพงขึ้น เพื่อแลกกับประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานที่ดี ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์จากเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปให้กลายเป็น Health Gadget อัจฉริยะที่มีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดด
ความสำเร็จของ Oral-B ในตลาดไทย
Oral-B ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดแปรงสีฟันไฟฟ้าด้วยความสำเร็จของนวัตกรรมพรีเมียมตระกูล iO Series ทั้งรุ่น iO2, iO3 และ iO7 ซึ่งผลักดันให้กลุ่มผลิตภัณฑ์แปรงสีฟันไฟฟ้าของ Oral-B เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 30% เมื่อเทียบกับปี 2564
ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนผ่านตัวเลขยอดขายอันดับ 1 แต่ยังยืนยันถึงความเชื่อมั่นในฐานะแบรนด์ที่ทันตแพทย์ทั่วโลกเลือกใช้มากที่สุด ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดนวัตกรรมดูแลช่องปาก
กลยุทธ์การตลาดและกิจกรรมส่งเสริม
Oral-B เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแปรงสีฟันไฟฟ้า พร้อมชูจุดเด่นที่น่าสนใจของแปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B iO Series ผ่านการจัดงาน Oral-B The Future of Brushing เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการดูแลสุขภาพช่องปาก
ไฮไลท์สำคัญคือ การเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้ถึงพัฒนาการของแปรงสีฟันจากอดีตสู่ปัจจุบัน และเป็นครั้งแรกของทางแบรนด์ที่จะเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงประสบการณ์การใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า และร่วมพิสูจน์ประสิทธิภาพของแปรงสีฟันไฟฟ้า Oral-B
นายปวีร์ เตโชโยธิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแบรนด์ออรัล-บี กล่าวว่า "เราพร้อมเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแปรงสีฟันไฟฟ้า iO Series ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ iO2, iO3 และ iO7 ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ที่มาพร้อม iO Technology เทคโนโลยีการแปรงฟันไฟฟ้าที่ดีที่สุดจาก Oral-B ซึ่งถูกพัฒนาร่วมกับทันตแพทย์ ที่ทางแบรนด์ให้ความสำคัญมุ่งมั่นคิดค้นเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อผู้บริโภคเสมอมา"
แผนการรุกตลาดและช่องทางจำหน่าย
ในส่วนของการรุกตลาดของ Oral-B มีการวางกลยุทธ์ไว้แบบครบวงจร เพื่อตอกย้ำนวัตกรรม Oral-B iO โดยเน้นการสร้าง Awareness และกระตุ้น Trial ผ่านกิจกรรมไฮไลท์ Oral-B The Future of Brushing ควบคู่ไปกับการตอกย้ำ Product Superiority ในฐานะแบรนด์ที่ทันตแพทย์ทั่วโลกแนะนำ
พร้อมบุกช่องทางขายครอบคลุมทั้งออฟไลน์อย่างโมเดิร์นเทรด ดรักส์สโตร์ และร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงช่องทางออนไลน์ e-commerce เพื่อผลักดัน Conversion โดยชูจุดเด่นเรื่องความคุ้มค่าในระยะยาวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อการลดโอกาสการเกิดปัญหาช่องปากในอนาคตที่อาจเกิดค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า
เป้าหมายและกลยุทธ์ในอนาคต
Oral-B พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดแปรงสีฟันไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง มุ่งเป้าเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจากแปรงสีฟันธรรมดาสู่แปรงสีฟันไฟฟ้า โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผู้ใช้งานใหม่ (New User) ให้เติบโตขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2565 พร้อมรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดทั้งในด้านยอดขายและความแข็งแกร่งของแบรนด์
ส่วนในปี 2569 มุ่งหน้าเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
- การขยายฐานผู้บริโภค
- การเพิ่มยอดขาย
- การพัฒนานวัตกรรมล้ำสมัย
โดยเฉพาะในกลุ่ม iO Series ที่เป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขอนามัยช่องปาก และเป้าหมายระยะยาวของ Oral-B คือการผลักดันให้แปรงสีฟันไฟฟ้ากลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ (New Standard) ในชีวิตประจำวัน เพื่อยกระดับสุขภาพฟันและเหงือกของผู้บริโภคให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน



