เปิดแล้ว! วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกฟรี 2568 กลุ่มเป้าหมายอายุ 11-20 ปี
เปิดแล้ว! วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกฟรี 2568

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประกาศเปิดให้บริการวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีน HPV แก่กลุ่มเป้าหมายเด็กหญิงและสตรีอายุระหว่าง 11 ถึง 20 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป เพื่อลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกในประเทศไทย ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆ ในสตรีไทย

รายละเอียดโครงการ

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านสาธารณสุขของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นการป้องกันโรคด้วยการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน วัคซีน HPV ที่ใช้เป็นชนิด 9 สายพันธุ์ ซึ่งครอบคลุมเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์หลักที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก รวมถึงหูดหงอนไก่ การให้วัคซีนฟรีครั้งนี้ครอบคลุมทั้งในโรงเรียนและสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ

กลุ่มเป้าหมาย

  • เด็กหญิงอายุ 11-20 ปี ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน HPV มาก่อน
  • สตรีอายุ 11-20 ปี ที่มีความประสงค์เข้ารับวัคซีน

สถานที่ให้บริการ

สามารถเข้ารับวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป และศูนย์บริการสาธารณสุขในสังกัดกรุงเทพมหานคร รวมถึงหน่วยบริการเคลื่อนที่ในพื้นที่ห่างไกล

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความสำคัญของวัคซีน HPV

มะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของสตรีไทย แต่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน การฉีดวัคซีนก่อนมีเพศสัมพันธ์จะช่วยลดความเสี่ยงได้มากถึง 90% วัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ที่ใช้ในโครงการนี้ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกว่ามีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า "การให้วัคซีนฟรีในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญสำหรับเด็กหญิงและสตรีไทยในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก ขอให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานในกลุ่มอายุเป้าหมายเข้ารับวัคซีนตามกำหนด"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อควรปฏิบัติก่อนรับวัคซีน

  1. แจ้งประวัติการเจ็บป่วยหรือแพ้ยาแก่เจ้าหน้าที่
  2. หากมีไข้สูงหรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน ควรรอจนกว่าจะหายดี
  3. ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหารก่อนฉีด

หลังฉีดวัคซีนอาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด หรือมีไข้ต่ำๆ ซึ่งจะหายได้เองภายใน 1-2 วัน หากมีอาการรุนแรงให้พบแพทย์ทันที

แนวทางในอนาคต

กรมควบคุมโรคมีแผนขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมสตรีทุกวัยในระยะต่อไป โดยจะพิจารณาจากงบประมาณและความจำเป็นเร่งด่วนทางสาธารณสุข ประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422