ชีวิตทรหด เด็กชาย 13 ปี ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว ถูกรถชน ครอบครัวยากไร้สุดสาหัส
เด็กชาย 13 ปี ป่วยมะเร็ง ถูกรถชน ครอบครัวยากไร้ (28.02.2026)

ชีวิตทรหด เด็กชาย 13 ปี ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว ถูกรถชน ครอบครัวยากไร้สุดสาหัส

จากกรณีที่กลุ่มจิตอาสาเพจ "ตัวเล็ก พิทักษ์ชีพ" ได้รับแจ้งว่ามีเด็กชายอายุ 13 ปี ถูกรถชนบาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยในตอนแรกไม่ทราบที่มาของเด็กผู้บาดเจ็บ ซึ่งมีสภาพบาดแผลรุนแรงที่ใบหน้าและร่างกาย จนแพทย์ต้องระดมกำลังช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

การตามหาญาติและสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก

ต่อมาเมื่อเด็กฟื้นคืนสติ สามารถสอบถามข้อมูลจนตามหาพี่ชายอายุประมาณ 17 ปี มาเยี่ยมและเฝ้าไข้ได้ ในช่วงเย็นวันที่ 26 กุมภาพันธ์ แพทย์อนุญาตให้เด็กน้อยออกจากโรงพยาบาลเพื่อพักฟื้นที่บ้าน อย่างไรก็ตาม เมื่อกลุ่มจิตอาสาขับรถไปส่งที่บ้านในท้องที่หมู่ 6 ซอยสระบัว ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าเป็นบ้านเช่าหลังเล็กของป้า ค่าเช่าเดือนละ 500 บาท โดยไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้า และไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ

ภายในบ้านมีคุณยายอายุเกือบ 80 ปี นอนป่วยติดเตียงในสภาพน่าเวทนา รวมถึงคุณป้าอายุ 50 กว่าปี 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นพิการแขนขาเล็กลีบ ไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ครอบครัวนี้มีฐานะยากไร้แร้นแค้นอย่างยิ่ง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เหตุการณ์ช็อกหมดสติและการช่วยเหลือจากหน่วยงาน

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ขณะที่กลุ่มจิตอาสาเข้าเยี่ยมครอบครัว เด็กชายเกิดอาการช็อกหมดสติ จนต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลท่าศาลาให้แพทย์เร่งเยียวยา จนอาการพ้นขีดอันตรายในที่สุด กลุ่มจิตอาสาจึงได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังนายเอกชัย สุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทางสำนักงานฯ มอบหมายให้นายสุรินทร์ อาคมเวช หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับคณะของรองผู้ว่าฯ นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือตามกระบวนการกฎหมาย

ประวัติครอบครัวและความทรหดของเด็กชาย

จากการตรวจสอบพบว่า ครอบครัวเด็กผู้บาดเจ็บมีพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน 4 คน โดยแม่เสียชีวิตเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว ส่วนพ่อไปมีภรรยาใหม่ ทิ้งให้ลูกๆ เผชิญชีวิตกันเอง พี่คนโตอายุ 19 ปี ป่วยเบาหวานและเร่ร่อนในตัวเมืองนครศรีธรรมราช คนที่สองอายุ 17 ปี อาศัยกับป้าและปลูกผักสวนครัวขาย คนที่สามคือเด็กชายอายุ 13 ปี ที่ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวและถูกรถชน ส่วนคนที่สี่อายุ 9-10 ขวบ ถูกพ่อยกให้คนอื่นไปตั้งแต่แบเบาะ

เด็กชายวัย 13 ปี เป็นสุดยอดนักสู้ที่ทรหดอดทน ไม่ได้เรียนหนังสือ และเร่ร่อนหารายได้ด้วยการซื้อผักสวนครัวจากตลาดหัวอิฐมาแบ่งขายในโรงพยาบาลมหาราชและตามบ้านเรือน กลางคืนอาศัยหลับนอนตามซอกตึกหรือใต้ต้นไม้ในบริเวณโรงพยาบาล ทำให้เป็นที่คุ้นหน้าของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่มักเอ็นดูและช่วยเหลือ

สภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากของครอบครัวนี้สะท้อนปัญหาสังคมที่ต้องการการดูแลอย่างเร่งด่วนจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กและสมาชิกในครอบครัวได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมและยั่งยืน