ตลาด Private Jet เอเชียพุ่ง! Gulfstream ตั้ง MJets ตัวแทนไทย ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินส่วนบุคคล
Private Jet เอเชียโต Gulfstream ตั้ง MJets ตัวแทนไทย

ตลาด Private Jet เอเชียพุ่งแรง เศรษฐีใหม่และธุรกิจขยายตัวดันดีมานด์ Gulfstream ตั้ง MJets เป็นตัวแทนไทยอย่างเป็นทางการ

Gulfstream Aerospace ผู้ผลิตเครื่องบินธุรกิจหรูชั้นนำระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศแต่งตั้ง MJets เป็น "ตัวแทนจำหน่ายเครื่องบินในต่างประเทศ" หรือ International Sales Representative (ISR) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของตลาดการบินส่วนบุคคลหรือ Private Aviation ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งขับเคลื่อนโดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของกลุ่มเศรษฐีใหม่ และความต้องการการเดินทางที่รวดเร็วและยืดหยุ่นมากขึ้นจากองค์กรธุรกิจหลังยุคโควิด-19

เอเชียแปซิฟิก: ตลาดสำคัญอันดับสองของ Gulfstream ที่เติบโตเกิน 17% ในทศวรรษที่ผ่านมา

Michael Swift รองประธานกลุ่มงานขายระหว่างประเทศของ Gulfstream Aerospace เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้กลายเป็นตลาดที่มีความสำคัญมากขึ้นสำหรับบริษัท โดยปัจจุบันมีเครื่องบินของ Gulfstream มากกว่า 330 ลำให้บริการในพื้นที่นี้ และตลาดได้เติบโตมากกว่า 17% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทนอกสหรัฐอเมริกา คาดว่าตลาดจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

การเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงการขยายตัวของกลุ่มผู้มีทรัพย์สินสูงและองค์กรธุรกิจที่แสวงหารูปแบบการเดินทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการบินพาณิชย์ ภูมิภาคเอเชียยังมีสัดส่วนผู้ซื้อเครื่องบินส่วนตัวเป็นครั้งแรกหรือ First-time buyers สูงที่สุดในโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยกระตุ้นระบบนิเวศอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคให้เติบโตอย่างรวดเร็ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

Private Aviation: จากสินค้าฟุ่มเฟือยสู่เครื่องมือจำเป็นสำหรับธุรกิจในโลกที่ไม่แน่นอน

William E. Heinecke ผู้ร่วมก่อตั้งและเจ้าของร่วมของ MJets ผู้ให้บริการการบินส่วนบุคคลชั้นนำระดับภูมิภาคที่บุกเบิกตลาดไทยมานานกว่า 20 ปี ระบุว่า ปัจจุบัน Private Aviation ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความหรูหราอีกต่อไป แต่ได้เปลี่ยนบทบาทเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับธุรกิจที่ช่วยให้ผู้นำองค์กรบริหารเวลา เชื่อมต่อเครือข่ายธุรกิจ และรับมือกับความไม่แน่นอนของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การแข่งขันด้านเวลาในการทำธุรกิจระดับโลกทำให้เครื่องบินส่วนตัวกลายเป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับผู้บริหารระดับสูง หลายบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงมักใช้เครื่องบินส่วนตัวในการเดินทาง เพราะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมาก เช่น การประชุมหลายประเทศภายในวันเดียว หรือการเข้าถึงเมืองที่ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์รองรับ เครื่องบินรุ่นใหม่ยังสามารถขึ้นลงในรันเวย์ขนาดสั้นได้ ทำให้การเดินทางมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

Heinecke ยกตัวอย่างว่า องค์กรในเอเชียและไทยขยายตัวไปในระดับสากลมากขึ้น เช่น กลุ่มบริษัท Minor ของตนเองที่ดำเนินธุรกิจใน 60 ประเทศ ซึ่งหลายเมืองไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์บินตรงรองรับ จึงต้องพึ่งพาเครื่องบิน Private Jet เพื่อเข้าถึงพื้นที่เหล่านั้น รวมถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ปิโตรเคมี ผู้ส่งออกสินค้าเกษตร และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องการการเชื่อมต่อกับตลาดโลกอย่างรวดเร็ว

ปัจจัยเสริมการเติบโต: การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก

อีกปัจจัยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วคือ Medical Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ โดยเฉพาะในประเทศที่มีระบบสาธารณสุขระดับสากล เช่น ไทย ซึ่งมีโรงพยาบาลที่ได้รับการยอมรับจากผู้ป่วยทั่วโลก ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้เครื่องบินพยาบาลและเครื่องบินส่วนตัวที่ติดตั้งอุปกรณ์การแพทย์เพื่อขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น

ในอีกมุมหนึ่ง ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก เช่น ความขัดแย้งทางการเมืองหรือสงคราม ที่อาจทำให้เที่ยวบินพาณิชย์หยุดชะงัก ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เครื่องบินส่วนตัวเปลี่ยนจากสินค้าฟุ่มเฟือยไปสู่ "เครื่องมือจำเป็น" สำหรับนักธุรกิจที่ต้องเดินทางอย่างต่อเนื่องโดยไม่ให้ธุรกิจสะดุด

โอกาสของไทย: จากตลาดขนาดเล็กสู่ศูนย์กลางการบินส่วนบุคคลของอาเซียน

สำหรับประเทศไทย Heinecke กล่าวว่า แม้ไทยจะยังเป็นตลาดขนาดเล็กเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ หรือยุโรป แต่ความต้องการเครื่องบินธุรกิจกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีพันธมิตรระหว่างผู้ผลิตเครื่องบินระดับโลกกับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้าน Private Aviation ในประเทศ เป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมการบินธุรกิจในเอเชียกำลังขยายตัว

ความร่วมมือครั้งนี้ของ Gulfstream และ MJets อาจเป็นอีกก้าวที่ทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการบินส่วนบุคคลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต ด้วยทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ การเติบโตของธุรกิจข้ามชาติและอุตสาหกรรมส่งออก อีกทั้งไทยยังมีศักยภาพในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและบริการภาคพื้นดินสำหรับเครื่องบินธุรกิจ

ภายใต้ข้อตกลงใหม่ MJets จะทำหน้าที่สะพานเชื่อมลูกค้า รับผิดชอบตั้งแต่การส่งเสริมการขายเครื่องบินธุรกิจ การสนับสนุนลูกค้าและผู้สนใจในตลาดไทย ตลอดจนการสร้างเครือข่ายลูกค้าในภูมิภาคให้กับ Gulfstream

บทบาทของ MJets: พัฒนาอุตสาหกรรมการบินส่วนบุคคลไทยครบวงจรมากว่า 20 ปี

ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา MJets มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินส่วนบุคคลของประเทศไทย โดยให้บริการครบวงจรตั้งแต่:

  • การขายเครื่องบินส่วนบุคคล
  • การบริหารจัดการเครื่องบิน
  • บริการเช่าเหมาลำ
  • งานซ่อมบำรุงและวิศวกรรมอากาศยาน
  • พัฒนา Private Jet Terminal และบริการภาคพื้นดินสำหรับอากาศยานส่วนบุคคลแห่งแรกของประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง

นอกจากนี้ MJets ยังเป็นผู้ปฏิบัติการบินให้เครื่องบิน Gulfstream G700 ลำแรกที่ส่งมอบในประเทศไทยอีกด้วย

มุมมองต่อสถานการณ์โลก: Private Jet โตแม้มีสงครามและวิกฤตราคาน้ำมัน

ด้านมุมมองต่อสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางและวิกฤตราคาน้ำมันสะท้อนภาพสองด้านของอุตสาหกรรมการบิน แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักของการดำเนินธุรกิจการบิน แต่บทบาทของการบินส่วนบุคคลกลับมีความสำคัญมากขึ้นในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ในสถานการณ์ความขัดแย้งระดับภูมิภาค เช่น วิกฤตในตะวันออกกลาง เส้นทางบินของเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่อาจต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือหยุดให้บริการชั่วคราว ส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศเกิดความไม่แน่นอนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เช่นนี้กลับทำให้การบินส่วนบุคคลมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เนื่องจากเครื่องบินส่วนตัวสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางได้อย่างยืดหยุ่น และช่วยให้นักธุรกิจหรือองค์กรยังคงสามารถเดินทางข้ามประเทศได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ในแง่ของต้นทุนพลังงาน ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นความท้าทายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทั้ง Gulfstream และ MJets มองว่าเป็นเพียงการปรับตัวระยะสั้นมากกว่าจะเป็นแนวโน้มระยะยาวของอุตสาหกรรม

โดยสรุปแล้ว ความไม่แน่นอนของโลกกลับยิ่งตอกย้ำความสำคัญของ Private Aviation ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางของธุรกิจระดับโลก ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างประเทศยังคงดำเนินต่อไปได้ แม้ในช่วงวิกฤต ความร่วมมือครั้งนี้จะผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร และเป็นก้าวสำคัญให้กับตลาดการบินส่วนบุคคลของไทยที่อาจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเป็น Aviation Hub ของภูมิภาค