อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยก้าวสู่เวทีโลกอีกครั้ง เมื่อ Toyota Land Cruiser FJ กลายเป็นรุ่นแรกของ Land Cruiser ที่มีการผลิตเต็มรูปแบบนอกประเทศญี่ปุ่น โดยเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก สะท้อนความไว้วางใจในฝีมือแรงงานและศักยภาพการผลิตของไทย
ลงทุนมหาศาล ส่งออกทั่วโลก
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่าได้ลงทุนเบื้องต้นมากกว่า 5,200 ล้านบาท สำหรับการผลิต Land Cruiser FJ ในประเทศ โดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยสูงถึง 84% ซึ่งไม่เพียงสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่ยังมีแผนส่งออกมากกว่า 40,000 คันต่อปี ไปยังประมาณ 60 ประเทศ ทั่วโลก ครอบคลุมตลาดเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา ลาตินอเมริกา และแม้แต่ญี่ปุ่น
เป้าหมายยอดขายในประเทศ
นายศุภกร รัตนวราหะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ตั้งเป้ายอดขาย Toyota Land Cruiser FJ ในประเทศไทยในปี 2569 ไว้ที่ 5,000 คัน โดยมองว่ารถรุ่นนี้จะเข้ามาเสริมทัพให้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น พร้อมคาดการณ์ว่าจะช่วยให้โตโยต้ายืนหนึ่งในตลาดรถ PPV (Premium Purpose Vehicle) ร่วมกับ Toyota Fortuner
DNA แห่งการผจญภัย
Land Cruiser FJ เป็นรถออฟโรดที่เน้นความคล่องตัว การผจญภัย และดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 9.4-9.7 กม./ลิตร และสามารถใช้น้ำมัน E20 ได้ ซึ่งมีราคาถูกกว่าดีเซลในปัจจุบัน
ด้านมร.มาซายะ อุจิยามะ หัวหน้าวิศวกรจากโตโยต้า ประเทศญี่ปุ่น อธิบายเหตุผลการเลือกใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตรว่า ต้องการความหลากหลายในการใช้งานและเน้นความสามารถในการเข้าถึง (affordable) พร้อมรักษาความเป็นพื้นฐานของ Land Cruiser โดยเครื่องยนต์นี้มีประวัติการใช้งานยาวนานกว่า 20 ปี พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพและความทนทานสูง
พัฒนาบนพื้นฐานความน่าเชื่อถือ
การพัฒนา Land Cruiser FJ อยู่บนแนวคิดสำคัญ 2 ประการ คือ การสืบทอด (Inheritance) และ การพัฒนา (Evolution) เพื่อยกระดับความเชื่อถือได้ ความทนทาน และสมรรถนะออฟโรดอย่างต่อเนื่อง ทีมงานได้ขับทดสอบจริงร่วมกับผู้ใช้งานออฟโรดในญี่ปุ่น เพื่อเรียนรู้หัวใจของความสนุกในการขับขี่ภายใต้องค์ประกอบ 3 ประการ:
- ความคล่องตัวสูง รองรับการเลี้ยวในพื้นที่แคบได้อย่างแม่นยำ
- การยึดเกาะของล้อบนพื้นถนนที่มั่นคง
- ระยะความสูงใต้ท้องรถที่มากพอ สร้างความมั่นใจในทุกเส้นทาง
เสริมความแข็งแกร่งให้ตลาดอุปกรณ์ตกแต่ง
นายณัทธร สินีเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า อุปกรณ์ตกแต่งสำหรับ Land Cruiser FJ ใช้ TGA (Toyota Genuine Accessories) พร้อมจำหน่ายทันทีเมื่อรถเปิดตัว แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก:
- สวยงาม: สำหรับเพิ่มความโดดเด่นทางสไตล์
- สายลุย: ออกแบบสำหรับการผจญภัยออฟโรด
- ทั่วไป: เพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญจัดชุดแต่งพร้อมประกัน หรือชุดแต่ง 3 เซ็ต ได้แก่ Unbound Explorer สำหรับสายลุย, Urban Unique สำหรับใช้งานหลากหลาย และชุดที่ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เช่น แร็คหลังคา ARB ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ตลาดอุปกรณ์ตกแต่งในประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้ง
บทบาทของ Hilux ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ โตโยต้า ประเทศไทย ยังได้กล่าวถึงความสำเร็จของ Toyota Hilux ที่มีการใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศมากกว่า 90% และส่งออกไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โดยในปีที่ผ่านมา โตโยต้าสามารถครองส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถกระบะได้สูงถึง 48.7% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด จากการตอบรับที่ดีของ Hilux Travo รุ่นใหม่ ร่วมกับยอดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของ Hilux Revo และ Hilux Champ
สำหรับปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อยอดขายรถยนต์และการส่งออก โตโยต้ายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปัญหาด้านความมั่นคงทางพลังงานในตะวันออกกลางที่อาจทำให้ราคาน้ำมันและไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทจะยังคงเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ Multi-Pathway ที่นำเสนอทางเลือกพลังงานหลากหลาย เช่น BEV, Hybrid, และรถที่รองรับ E20
การเปิดตัว Land Cruiser FJ ในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยขยายตลาดและเสริมความแข็งแกร่งให้แบรนด์เท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความหวังใหม่ให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในยุคที่เต็มไปด้วยความท้าทาย



