กรมทรัพย์ฯ จับมือ JAMA ยกระดับตรวจสอบสิทธิบัตรยานยนต์ พร้อม Fast-Track 3 เดือน
กรมทรัพย์ฯ จับมือ JAMA ยกระดับสิทธิบัตรยานยนต์

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจับมือ JAMA ยกระดับระบบตรวจสอบสิทธิบัตรออกแบบยานยนต์

กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้หารือร่วมกับสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Manufacturers: JAMA) เพื่อยกระดับการตรวจสอบสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของไทย โดยเน้นอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) การประชุมครั้งนี้มีนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก JAMA นำโดย Mr. Takuya Fukuoka ผู้จัดการทั่วไปแผนกบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ จำกัด พร้อมผู้แทนจากบริษัทยานยนต์ชั้นนำของญี่ปุ่น

โครงการ Fast-Track ชิ้นส่วนยานยนต์ รู้ผลภายใน 3 เดือน

กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เปิดตัวโครงการเร่งรัดสิทธิบัตรออกแบบผลิตภัณฑ์มุ่งเป้า (Target Design Patent Fast-Track) ในสาขาชิ้นส่วนยานยนต์ โดยโครงการนี้เปิดช่องทางพิเศษให้การจดทะเบียนดำเนินการได้รวดเร็ว ผู้ประกอบการจะทราบผลการพิจารณาสุดท้ายภายใน 3 เดือนนับจากวันที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยให้สามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังเพิ่มจำนวนผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาคำขอและยกระดับคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง

เตรียมความพร้อมรองรับกฎหมายคุ้มครอง Partial Design

JAMA ได้สะท้อนข้อมูลว่า การคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์บางส่วน (Partial Design) มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากผู้ประกอบการมักพัฒนาและปรับปรุงเฉพาะบางส่วนของผลิตภัณฑ์ เช่น กันชน ไฟหน้า หรือชิ้นส่วนตกแต่ง ซึ่งมีมูลค่าทางการค้าในตัวเอง หลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ได้ให้ความคุ้มครองในลักษณะดังกล่าวแล้ว ขณะที่ประเทศไทยได้บรรจุหลักการคุ้มครอง Partial Design ไว้ในร่างพระราชบัญญัติสิทธิบัตรฉบับใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับกฎหมายดังกล่าว กรมทรัพย์สินทางปัญญามีแผนจัดทำ “คู่มือการตรวจสอบ Partial Design” เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเตรียมเผยแพร่ให้ผู้ประกอบการและนักออกแบบใช้เป็นแนวทางในการยื่นขอรับความคุ้มครองได้อย่างถูกต้อง

ปรับปรุงระยะเวลาคุ้มครองสิทธิบัตรและจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ

ร่างพระราชบัญญัติสิทธิบัตรฉบับใหม่ยังมีการปรับปรุงระยะเวลาคุ้มครองสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของไทย จากเดิม 10 ปี เป็น 15 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับความตกลงกรุงเฮก (Hague Agreement) ซึ่งไทยอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมเป็นภาคี แนวทางดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก JAMA ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการพัฒนานวัตกรรมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นอกจากนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาและ JAMA ได้ร่วมจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของไทย โดยผู้เชี่ยวชาญจาก JAMA ได้ถ่ายทอดกรณีศึกษา ทิศทางเทคโนโลยี และประสบการณ์เชิงเทคนิคจากต่างประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพการพิจารณาคำขอให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้มีความเข้มแข็ง ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ