GWM ทุ่มงบ 10,000 ล้านบาท เปิดตัวรถใหม่ 7 รุ่น ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 โต 40%
GWM ทุ่ม 10,000 ล้าน เปิดตัวรถใหม่ 7 รุ่น เป้ายอดขายโต 40%

GWM เร่งเครื่องลงทุนมหาศาล เปิดตัวรถใหม่ 7 รุ่น ดันยอดขายปี 2569 โต 40%

บริษัท GWM (Thailand) ประกาศแผนการลงทุนเพิ่มเติมอีก 10,000 ล้านบาท ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รถยนต์ใหม่ถึง 7 รุ่นในตลาดไทย พร้อมขยายขีดความสามารถการผลิตที่โรงงานจังหวัดระยองสำหรับการส่งออก นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองประธานฝ่ายการตลาด GWM (Thailand) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงทุนในประเทศไทยไปแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ โดยโรงงานระยองทำหน้าที่เป็นฐานการผลิตหลักสำหรับจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม บราซิล และออสเตรเลีย

ยอดขายสะสมและเป้าหมายการเติบโต

ณ สิ้นปี 2567 GWM ทำยอดขายสะสมได้รวม 53,619 คัน แบ่งเป็นแบรนด์ฮาวาล (HAVAL) และโอร่า (ORA) ประมาณ 22,000 คันต่อแบรนด์ และแทงค์ (TANK) กว่า 9,000 คัน สำหรับยอดขายเฉพาะปี 2567 อยู่ที่ 18,966 คัน และบริษัทประสบความสำเร็จในการส่งมอบรถยนต์แทงค์ 300 ครบ 10,000 คันแล้ว

บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ไว้ที่ 25,000 คัน ซึ่งหมายถึงการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 40% จากปีที่ผ่านมา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ GWM จะดำเนินกลยุทธ์ 4 ด้านหลัก ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ผลิตภัณฑ์: เตรียมเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 7 รุ่น โดยมีรุ่นไฮไลต์คือ GWM ORA 5 ซึ่งเป็นรถยนต์สไตล์ SUV-B ที่จะมีทั้งเวอร์ชันไฟฟ้า (EV) และไฮบริด (HEV) พร้อมกันนี้ยังเตรียมเปิดตัวแบรนด์ระดับลักซัวรี่อย่าง WEY เพิ่มอีก 1 รุ่นในช่วงปลายปี
  • การตลาด: เดินหน้ากลยุทธ์ Omni Channel เพื่อเข้าถึงลูกค้าทุกช่องทาง
  • การขาย: ตั้งเป้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ
  • บริการหลังการขาย: รักษาอัตราการมีอะไหล่ (Part Fill Rate) ไม่ต่ำกว่า 95% พร้อมบริการจัดส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมงสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีให้ครบ 40 แห่งทั่วประเทศ และนำเทคโนโลยี AI Chatbot เข้ามาช่วยตอบคำถามและวินิจฉัยปัญหา

การปรับปรุงธุรกิจและแนวโน้มตลาด

ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา GWM ได้ปรับปรุงรูปแบบธุรกิจใหม่ โดยกระจายสต็อกสินค้าให้พาร์ทเนอร์เป็นผู้บริหารจัดการ และใช้นโยบายราคาเดียว (One Price) ทั่วประเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานและทลายข้อจำกัดในการจำหน่าย นายวุฒิกร กล่าวเสริมว่า "เป้าหมายของเราคือการก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความไว้วางใจมากที่สุด เราเป็นแบรนด์ที่นำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เข้ามาเพื่อยกระดับมาตรฐานของผู้จำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทย"

ด้านเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า แม้สถานการณ์โลกในปัจจุบันจะเผชิญกับวิกฤติสงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลางและยุโรป ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางเศรษฐกิจโดยรวม แต่บริษัทจะไม่มีการเลื่อนหรือชะลอแผนการลงทุนใดๆ ทั้งสิ้น โดยเชื่อมั่นว่าวิกฤติพลังงานและการปรับตัวของต้นทุนจะเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น

สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2569 ประเมินว่ายังคงมีการเติบโตแต่จะไม่ก้าวกระโดดเหมือนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 20% ของตลาดรถยนต์รวมทั้งหมด

กำลังการผลิตและบทบาทโรงงานระยอง

โรงงานจังหวัดระยองมีกำลังการผลิตสูงสุดที่ 80,000 คันต่อปี ในปีที่ผ่านมามีการผลิตไปประมาณ 25,000 คัน บริษัทคาดว่าจะสามารถเพิ่มอัตราการผลิตจนเกือบเต็มกำลังได้ภายในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า เมื่อมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โรงงานในประเทศไทยถือเป็นโรงงานหลักของบริษัทและเป็นศูนย์กลางการผลิตตลาดอาเซียน ทั้งสำหรับการจำหน่ายในประเทศและการส่งออกโมเดลสำคัญอย่าง TANK 500 และ TANK 300

ในขณะที่โรงงานในประเทศมาเลเซียจะเป็นลักษณะของการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อประกอบรถยนต์ (CKD) โดยเน้นไปที่ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) เป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างภาษีและความต้องการของแต่ละประเทศ