เกาหลีใต้หวั่นความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านกระทบห่วงโซ่อุปทานชิป
เกาหลีใต้กังวลความขัดแย้งอิหร่านกระทบวัสดุผลิตชิป

วันนี้ (5 มีนาคม 2569) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เกาหลีใต้กำลังเผชิญกับความกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานของวัสดุสำคัญสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์หรือชิป โดยเฉพาะก๊าซฮีเลียมที่ใช้ควบคุมอุณหภูมิในกระบวนการผลิต

ความกังวลจากภาคอุตสาหกรรม

คิม ยอง-แบ สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรครัฐบาลของเกาหลีใต้ ได้เปิดเผยภายหลังการหารือกับผู้บริหารบริษัทในอุตสาหกรรมชิปและสมาคมการค้าว่า ผู้ประกอบการแสดงความวิตกว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจทำให้การจัดหาวัตถุดิบบางชนิดหยุดชะงัก ซึ่งจะกระทบต่อการผลิตเซมิคอนดักเตอร์โดยตรง

หนึ่งในวัตถุดิบที่สำคัญที่สุดคือก๊าซฮีเลียม ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวัสดุอื่นทดแทนได้ และถูกผลิตในเพียงไม่กี่ประเทศทั่วโลก เช่น กาตาร์และสหรัฐอเมริกา อุตสาหกรรมชิปของเกาหลีใต้ ซึ่งผลิตหน่วยความจำประมาณสองในสามของโลก หวั่นเกรงว่าหากสงครามยืดเยื้อ อาจทำให้ต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้นและส่งผลให้ราคาชิปปรับตัวขึ้นตามไปด้วย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สถานการณ์อุปทานที่ตึงตัว

ความกังวลนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้ผลิตชิปทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะคอขวดด้านอุปทาน เนื่องจากความต้องการชิปที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI data center) ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์พกพา และยานยนต์

บริษัทเอสเค ไฮนิกซ์ ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ระบุในแถลงการณ์ว่าปัจจุบันมีสต็อกก๊าซฮีเลียมเพียงพอและคาดว่าจะยังไม่เกิดปัญหาต่อการจัดหา ขณะที่ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ปฏิเสธการให้ความเห็น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ด้านโกลบอลฟาวน์ดรีส์ ผู้รับจ้างผลิตชิป เปิดเผยว่ากำลังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดและอยู่ระหว่างประสานงานกับซัพพลายเออร์ ลูกค้า และพันธมิตรในภูมิภาค พร้อมเตรียมแผนรับมือความเสี่ยง

ผลกระทบต่อการลงทุนในระยะยาว

นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมยังเตือนว่าความขัดแย้งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล AI ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้ความต้องการชิปในระยะยาวลดลง

ก่อนหน้านี้ แอมะซอนเปิดเผยว่าศูนย์ข้อมูลบางแห่งของบริษัทในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรนได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยโดรน อาจกระทบต่อความเร็วในการขยายการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในภูมิภาค

ทั้งนี้ บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกา เช่น ไมโครซอฟท์และเอ็นวิเดีย กำลังผลักดันให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นศูนย์กลางด้านการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ระดับภูมิภาค สถานการณ์ความขัดแย้งจึงอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่ออนาคตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก