เอสซีจี เคมิคอลส์ คว้ารางวัลนวัตกรรมเด่น จากเวที东盟 ด้านพลาสติกชีวภาพ
เอสซีจี เคมิคอลส์ คว้ารางวัลนวัตกรรมเด่น จากเวทีอาเซียน

เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน ประกาศความสำเร็จล่าสุดหลังจากคว้ารางวัลนวัตกรรมโดดเด่นจากเวที ASEAN Outstanding Innovation Awards 2024 จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในภูมิภาค โดยรางวัลดังกล่าวมอบให้แก่ผลงานนวัตกรรมพลาสติกชีวภาพและเคมีภัณฑ์สีเขียวที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

นวัตกรรมที่ได้รับรางวัลคือ SCGC Green Polymer ซึ่งเป็นพลาสติกชีวภาพที่ผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียน เช่น อ้อยและมันสำปะหลัง สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และมีคุณสมบัติเทียบเท่าพลาสติกทั่วไป นอกจากนี้ยังมี Green Chemicals ที่เป็นเคมีภัณฑ์สีเขียวซึ่งลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตลงได้ถึง 30%

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ SCGC ในการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยคาดว่านวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 500,000 ตันต่อปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การยอมรับในระดับภูมิภาค

นายธนิต เตชะสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCGC กล่าวว่า "รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเป็นผู้นำด้านเคมีภัณฑ์สีเขียวในอาเซียน" ทั้งนี้ SCGC ยังมีแผนขยายกำลังการผลิตพลาสติกชีวภาพเพิ่มขึ้นอีก 50% ภายในปี 2569 เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

แนวโน้มอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพและเคมีภัณฑ์สีเขียวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้บริโภคและภาคธุรกิจหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การได้รับรางวัลครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจของ SCGC

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • พลาสติกชีวภาพสามารถย่อยสลายได้ภายใน 180 วันในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
  • เคมีภัณฑ์สีเขียวช่วยลดการปล่อยสารพิษในกระบวนการผลิต
  • SCGC ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์สีเขียวเป็น 50% ของยอดขายรวมภายในปี 2573

รางวัล ASEAN Outstanding Innovation Awards จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อยกย่ององค์กรที่มีผลงานนวัตกรรมโดดเด่นในภูมิภาคอาเซียน โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายประเทศเป็นผู้ตัดสิน