พานาโซนิคฉลอง 65 ปีในไทย ดันฐานยุทธศาสตร์สู่ศูนย์กลางบริหารและนวัตกรรมส่งออกอาเซียน
ในโอกาสครบรอบ 65 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี จากประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศยกระดับบทบาทของไทยจากฐานการผลิตสู่ ศูนย์กลางบริหารและนวัตกรรม พร้อมรุกตลาดในภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มตัว โดยนายฮิเดะฟูมิ ฟูจิอิ กรรมการผู้บริหารระดับสูง เปิดเผยว่า ไทยถือเป็นฐานยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของธุรกิจถ่านไฟฉาย หลังจากเริ่มผลิตครั้งแรกนอกญี่ปุ่นที่นี่ตั้งแต่ปี 1961 และลงทุนต่อเนื่องยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ
จากฐานผลิตสู่ศูนย์กลางส่งออกหลัก
ตลอดระยะเวลา 65 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ก้าวจากการผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศ สู่การเป็นฐานส่งออกหลัก โดยผลิตถ่านไฟฉายแล้วกว่า 20,000 ล้านก้อน และส่งออกไปมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก แม้ถ่านไฟฉายจะถูกมองเป็นสินค้าดั้งเดิม แต่ความต้องการในตลาดโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการขยายตัวของประชากร ภาคบริการ รวมถึงการใช้อุปกรณ์สมาร์ทและระบบอัตโนมัติในยุค AI
บริษัทประเมินว่าตลาดถ่านไฟฉายโลกจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 3% ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและไทยเติบโตสูงถึง 5% ต่อปี พานาโซนิคจึงเดินหน้าใช้โมเดลธุรกิจในไทยเป็นต้นแบบเพื่อขยายสู่ประเทศอาเซียนอื่นๆ พร้อมตั้งเป้าอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปีจนถึงปี 2030 สะท้อนมุมมองระยะยาวว่าถ่านไฟฉายยังมีบทบาทสำคัญในระบบพลังงานโลก
ยกระดับสู่ศูนย์กลางบริหารและนวัตกรรม
นายอัทสึชิ อันไซ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในไทยเมื่อปี 1961 บริษัทได้ขยายการผลิตจากถ่านแมงกานีส สู่ถ่านอัลคาไลน์ และในปี 2020 ได้ยกระดับสู่การเป็นสำนักงานใหญ่ด้านการจัดจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผลักดันให้ประเทศไทยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงฐานการผลิต แต่เป็น ศูนย์กลางบริหารธุรกิจถ่านไฟฉายของพานาโซนิคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานและการส่งออกของบริษัท ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทได้ปรับกระบวนการผลิตเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยโรงงานในไทยได้รับการรับรองเป็นโรงงานที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนแห่งแรกในประเทศ
- ขยายโครงการรีไซเคิลถ่านไฟฉายทั่วประเทศมากกว่า 1,060 จุด
- นำถ่านไฟฉายกลับเข้าสู่ระบบได้กว่า 700,000 ก้อน
- สะท้อนทิศทางของผู้ผลิตรายใหญ่ที่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
ความต้องการถ่านไฟฉายยังคงแข็งแกร่ง
นายชินยา โยชิดะ ผู้อำนวยการส่วนงานขายและการตลาด สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า แม้เทคโนโลยีแบตเตอรี่จะพัฒนาไปสู่รูปแบบชาร์จไฟได้มากขึ้น แต่ความต้องการถ่านไฟฉายในตลาดโลกยังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และภาคธุรกิจโรงแรมที่ขยายตัวต่อเนื่อง
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความต้องการถ่านไฟฉายสูงกว่า 3,000 ล้านก้อนต่อปี ขณะที่ประเทศไทยมีความต้องการอยู่ที่ประมาณ 320 ล้านก้อนต่อปี พานาโซนิคยังคงครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 จากเครือข่ายจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั้งร้านค้าดั้งเดิมและโมเดิร์นเทรด
โครงสร้างตลาดดังกล่าวทำให้ประเทศไทยยังเป็นฐานสำคัญของธุรกิจ ทั้งในด้านการผลิตและการทำตลาด บริษัทเตรียมใช้โมเดลการดำเนินงานในไทยเป็นต้นแบบขยายไปยังประเทศอื่นในอาเซียน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดแบตเตอรี่ที่ยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง
ทิศทางนี้สะท้อนบทบาทของประเทศไทยที่ไม่ได้เป็นเพียงตลาดภายในประเทศ แต่เป็นหนึ่งในกลไกหลักของพานาโซนิคในภูมิภาค ขณะที่บริษัทเตรียมเดินหน้าธุรกิจต่อเนื่องในระยะยาว โดยอาศัยฐานการผลิต เทคโนโลยี และเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่สร้างขึ้นตลอด 65 ปีที่ผ่านมา



