โฟล์กสวาเกนเผชิญวิกฤตหนัก ประกาศลดพนักงาน 50,000 ตำแหน่งในเยอรมนี หลังกำไรดิ่งต่ำสุดในรอบ 10 ปี
โฟล์กสวาเกน (Volkswagen) ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติเยอรมนี ประกาศแผนปรับลดพนักงานในประเทศลงจำนวนสูงถึง 50,000 ตำแหน่งภายในปี 2573 หลังผลกำไรของบริษัทลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2559 สร้างความสั่นสะเทือนในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรป
กำไรดิ่ง 44% ส่งสัญญาณวิกฤต
โอลิเวอร์ บลูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโฟล์กสวาเกน เปิดเผยในรายงานประจำปีว่า กำไรหลังหักภาษีของบริษัทในปี 2568 ลดลงประมาณ 44% จาก 1.24 หมื่นล้านยูโร เหลือเพียง 6.9 พันล้านยูโร ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบทศวรรษ บลูมระบุว่า "เรากำลังดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง" พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดต้นทุนอย่างเข้มงวด
สาเหตุหลักจากปัจจัยภายนอกและต้นทุนเปลี่ยนผ่าน
บริษัทชี้แจงว่ากำไรที่ลดลงอย่างรุนแรงเป็นผลกระทบจากหลายปัจจัย ได้แก่
- มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่จัดเก็บในอัตราสูงถึง 25% ภายใต้การตัดสินใจของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
- การแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์จีน ซึ่งรุกคืบเข้าสู่ตลาดยุโรปอย่างก้าวกระโดด
- ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างที่สูง จากการเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ ความต้องการรถยนต์ที่ลดลงในประเทศจีน ซึ่งเคยเป็นตลาดที่ทำกำไรมหาศาลสำหรับโฟล์กสวาเกนและผู้ผลิตรถยนต์เยอรมันรายอื่นๆ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ซ้ำเติมสถานการณ์
แผนลดพนักงานครอบคลุมทั่วทั้งกลุ่มบริษัท
แผนการลดพนักงาน 50,000 ตำแหน่งจะเกิดขึ้นในเยอรมนีและครอบคลุมไปทั่วทั้งกลุ่มบริษัท รวมถึงแบรนด์ในเครืออย่าง ออดี (Audi) และ ปอร์เช (Porsche) โดยก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มบริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงานแล้วในการปรับลดตำแหน่งงานมากกว่า 35,000 ตำแหน่งทั่วประเทศในรูปแบบที่ "รับผิดชอบต่อสังคม" ภายในปี 2573 เพื่อประหยัดงบประมาณราว 1.5 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 5.5 แสนล้านบาท
แม้บริษัทจะคาดการณ์ว่าสถานการณ์อาจฟื้นตัวในปีหน้า แต่การมุ่งเน้นลดต้นทุนอย่างเข้มงวดยังคงเป็นแนวทางหลักเพื่อรักษาความอยู่รอดในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว



