สงครามอิหร่านผลักราคาวัสดุก่อสร้างพุ่ง 5-8% หวั่นสัญญาสร้างบ้านแพงขึ้น ผู้รับเหมาย่อยเสี่ยงทิ้งงาน
สงครามอิหร่านดันวัสดุก่อสร้างแพง 5-8% รับเหมาย่อยเสี่ยงทิ้งงาน

สงครามอิหร่านผลักราคาวัสดุก่อสร้างพุ่ง 5-8% หวั่นสัญญาสร้างบ้านแพงขึ้น ผู้รับเหมาย่อยเสี่ยงทิ้งงาน

ในปี 2569 ตลาดรับสร้างบ้านไทยดูเหมือนจะไปได้สวยด้วยยอดเซ็นสัญญาที่เติบโตขึ้น 10% สะท้อนความต้องการมีบ้านเป็นของตัวเองของคนไทยที่ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ความร้อนแรงนี้กำลังถูกเบรกด้วยปัญหา “ของแพง” จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน และอิสราเอล ซึ่งกลายเป็นปัจจัยลบหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานในไตรมาสที่ 2

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง: ต้นทุนแฝงพุ่งทะยาน

ภาคอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านกำลังเผชิญกับภาวะ “ต้นทุนแฝงพุ่งทะยาน” ซึ่งมาเร็วและแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีปัจจัยกดดัน 2 ด้านหลัก:

  • ห่วงโซ่อุปทานชะงัก: วัตถุดิบต้นน้ำหลายอย่างต้องนำเข้า เมื่อเส้นทางเดินเรือในพื้นที่ขัดแย้งมีปัญหา ทำให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบอย่างกะทันหัน
  • โลจิสติกส์พุ่ง: ราคาน้ำมันที่ผันผวนไม่ได้กระทบแค่ค่าเติมน้ำมันรถ แต่กระทบค่าระวางเรือและค่าขนส่งวัสดุจากโรงงานสู่หน้างาน ซึ่งเป็นต้นทุนตัวร้ายที่มองไม่เห็นในตอนแรก

ล่าสุด สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) โดย นิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคม เตือนถึง “ปรากฏการณ์โดมิโน” หากสถานการณ์ลากยาว ผู้ประกอบการรายเล็กอาจขาดสภาพคล่องเพราะอำนาจต่อรองต่ำ ส่วนรายใหญ่แม้จะสต็อกของไว้ แต่กำไรจะถูกกัดกินจนแผนขยายตัวในอนาคตสะดุด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบลามถึงคนกำลังสร้างบ้าน

จากประเด็นดังกล่าว หากคุณเป็นคนที่กำลังวางแผนหรือกำลังก่อสร้างบ้านในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 นี้ นี่คือความจริงที่อาจต้องเผชิญ:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. ราคาวัสดุจ่อปรับขึ้น 5-8%: เตรียมใจพบกับการปรับราคาอิฐ หิน ปูน ทราย และวัสดุสำเร็จรูป เนื่องมาจากต้นทุนพลังงานและการฉวยโอกาสปรับราคาน้ำมันในบางจุด
  2. ภาวะทิ้งงานจากผู้รับเหมารายย่อย: นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมาที่รับงานในราคาเดิมโดยไม่ได้เผื่อความเสี่ยงไว้ อาจแบกรับต้นทุนไม่ไหวจนต้องหยุดงานหรือปิดตัวลง กระทบต่อความเชื่อมั่นและระยะเวลาส่งมอบบ้าน
  3. สัญญาจ้างที่ยืดหยุ่นแต่แพงขึ้น: ในอนาคตอันใกล้ บริษัทรับสร้างบ้านอาจเริ่มใช้ Escalation Clause หรือข้อกำหนดการปรับราคาตามความผันผวนของวัสดุ ซึ่งหมายความว่าราคาที่คุณเห็นในใบเสนอราคาอาจไม่ใช่ราคาสุดท้ายหากสถานการณ์โลกยังไม่นิ่ง

“คาดไม่ถึงว่าแรงกระแทกจะมาถึงเร็วขนาดนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่มันกำลังแทรกซึมเข้ามาอยู่ในทุกอิฐ หิน ปูน ทราย ที่เรากำลังใช้ก่อสร้าง” กล่าวโดยผู้เชี่ยวชาญในวงการ

“หากสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะยุติ และรัฐบาลไม่มีมาตรการเข้ามาช่วยพยุงราคาพลังงานหรือบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้าง คาดว่าอาจเห็นภาพผู้ประกอบการทยอยปิดตัวลง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว” เตือนเพิ่มเติม

กลยุทธ์ตั้งรับสำหรับคนอยากมีบ้าน

เพื่อให้ฝันในการสร้างบ้านไม่กลายเป็นฝันร้าย สมาคมฯ ได้ให้แนวทางที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องปรับตัวร่วมกัน:

  • ล็อคราคาให้ไว: หากตัดสินใจจะสร้างแล้ว การเซ็นสัญญาและสั่งซื้อวัสดุล่วงหน้า 1-3 เดือน คือวิธีบริหารความเสี่ยงที่ดีที่สุด
  • เช็กสุขภาพการเงินของบริษัทรับสร้างบ้าน: เลือกบริษัทที่มีความมั่นคงและมีธรรมาภิบาลสูง เพื่อลดความเสี่ยงจากการโดนทิ้งงานในยามวิกฤต
  • การสื่อสารคือหัวใจ: เตรียมพร้อมสำหรับการพูดคุยเรื่องการปรับแผนหรือระยะเวลาทำงาน หากวัสดุบางอย่างขาดตลาดจากปัญหาโลจิสติกส์โลก

ปี 2569 คือปีที่ ปัจจัยภายนอก ทรงอิทธิพลเหนือ ปัจจัยภายใน แม้ดีมานด์ในประเทศจะแข็งแกร่ง แต่ความเปราะบางของต้นทุนพลังงานโลกกำลังบีบให้ทั้งผู้สร้างและผู้ซื้อต้องประคองตัวผ่านช่วงไตรมาส 2 นี้ไปให้ได้ โดยมี “การบริหารความเสี่ยง” เป็นเสาเข็มต้นสำคัญที่สุดของบ้าน เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ในวันนี้ อาจหมายถึงภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว หากเราไม่รีบปรับกลยุทธ์รับมือตั้งแต่วันนี้