กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งทบทวนเยียวยาอ้อยสด ใช้งบ 477 ล้านบาท ช่วยเกษตรกรเพิ่ม 4.6 พันราย
วันนี้ (21 เมษายน 2569) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงเตรียมเสนอทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เพื่อขยายความช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 จากไฟป่าและการเผาไร่อ้อย โดยจะใช้งบประมาณคงเหลือ 477.04 ล้านบาทจากวงเงินเดิม 5,175 ล้านบาท
รายละเอียดการช่วยเหลือเกษตรกร 3 กลุ่มเป้าหมาย
นายวราวุธระบุว่า จากการจ่ายเงินช่วยเหลือกลุ่มแรกเสร็จสิ้นแล้ว 1.26 แสนราย เป็นเงิน 4,687 ล้านบาท ทำให้เหลือเงิน 487 ล้านบาท ดังนั้นจึงขออนุมัติจ่ายเพิ่มเติมให้เกษตรกรอีก 4,667 คู่สัญญา ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
- กลุ่มที่ 1: ชาวไร่อ้อยที่ไม่มีอ้อยเผาแต่มีสิ่งปนเปื้อนไม่เกิน 5% โดยจะหักส่วนเกินออกและจ่ายเฉพาะส่วนดี ครอบคลุม 1,053 คู่สัญญา ปริมาณอ้อย 5.96 ล้านตัน วงเงินช่วยเหลือ 411.10 ล้านบาท
- กลุ่มที่ 2: เกษตรกรที่ส่งอ้อยสด 100% ให้โรงงานผลิตเอทานอล จำนวน 3,505 คู่สัญญา วงเงินช่วยเหลือ 62.34 ล้านบาท ปริมาณอ้อยกว่า 9 แสนตัน
- กลุ่มที่ 3: เกษตรกรส่งอ้อยสด 100% ให้โรงงานน้ำตาลทรายแดง 109 คู่สัญญา วงเงิน 3.61 ล้านบาท
ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เงินรวม 477.04 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในกรอบวงเงินเดิมที่ ครม. เคยอนุมัติไว้ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ในเร็ววัน
ผลักดัน 40 สินค้ามาตรฐาน มอก. ช่วยประหยัดพลังงาน ลดภาระประชาชน
นอกจากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว นายวราวุธยังกล่าวถึงนโยบายส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เร่งขับเคลื่อนมาตรฐาน มอก. ด้านประสิทธิภาพพลังงาน ซึ่งมีแล้ว 40 มาตรฐาน แบ่งเป็นมาตรฐานบังคับ 5 รายการ และมาตรฐานทั่วไป 35 รายการ
สินค้าที่ครอบคลุมส่วนใหญ่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว และเครื่องเชื่อมไฟฟ้า รวมถึงหลอดไฟ อุปกรณ์ส่องสว่าง วัสดุก่อสร้าง กลุ่มยานยนต์ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถไฮบริด และผลิตภัณฑ์อื่น เช่น ฟิล์มติดกระจก และฉนวนกันความร้อน
นายวราวุธเสริมว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดย สมอ. มีมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมเพื่อจูงใจผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าประหยัดพลังงาน ขณะนี้มีผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาต 119 ราย รวม 235 ฉบับ อีกทั้งยังมีมาตรการเพิ่มแต้มต่อในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยอยู่ระหว่างหารือกับกรมบัญชีกลาง เพื่อผลักดันให้สินค้าที่มี มอก. ประหยัดพลังงาน เป็น “ตัวเลือกแรก” ในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ตามระเบียบกระทรวงการคลังปี 2560
ยกระดับโรงงานด้วยมาตรฐานสากล ISO 50001 และคุมเข้มความปลอดภัยรับมือฤดูร้อน
ในส่วนของการยกระดับโรงงาน นายวราวุธเปิดเผยว่า สมอ. ได้กำหนดมาตรฐานระบบการจัดการพลังงานอีก 15 มาตรฐาน เช่น มอก. 50001 (ISO 50001) เพื่อให้โรงงานนำไปใช้บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีหน่วยงานได้รับการรับรองแล้วกว่า 70 แห่ง
พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมยังได้กำชับนายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ให้ยกระดับมาตรการความปลอดภัยและเฝ้าระวังเชิงรุกทั่วประเทศ เพื่อรับมือกับเหตุเพลิงไหม้โรงงานในช่วงฤดูร้อนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยมี 3 มาตรการหลัก ดังนี้
- การออกหนังสือแจ้งเตือนผู้ประกอบการและสมาคมอุตสาหกรรม ปีละ 2 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา
- มาตรการเชิงรุก โดย กรอ. จะตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง เน้นโรงงานกลุ่มพลาสติก กระดาษ สี และยางรถยนต์ จัดอบรมออนไลน์ทุกเดือน และลงพื้นที่ฝึกซ้อมแผนความปลอดภัย ตั้งเป้าผู้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 6,000 รายต่อปี
- ข้อบังคับตามกฎหมาย ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ปี 2552 กำหนดให้โรงงานจำพวกที่ 2 และ 3 ต้องติดตั้งระบบตรวจจับและแจ้งเหตุเพลิงไหม้อัตโนมัติในจุดเสี่ยง มีถังดับเพลิงขนาด 4.5 กก. อย่างเพียงพอ ส่วนคลังสินค้าพื้นที่ 1,000 ตร.ม. ขึ้นไป หรือพื้นที่เก็บวัตถุไวไฟตั้งแต่ 14 ตร.ม. ขึ้นไป ต้องติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Sprinkler) อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ในโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ 1 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโกดังโรงงานผลิตแว่นตาบนถนนสาย 340 อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว



