มิสทิฟฟานี่ 2026 ตอบดราม่า 'ป้าตือ' ชี้หาจุดตรงกลางสังคม หลังปม 'นางสาว' ปะทุ
มิสทิฟฟานี่ 2026 ตอบดราม่า 'ป้าตือ' ชี้หาจุดตรงกลางสังคม (06.03.2026)

มิสทิฟฟานี่ 2026 ตอบดราม่า 'ป้าตือ' ชี้หาจุดตรงกลางสังคม หลังปม 'นางสาว' ปะทุ

หลังจากที่ ป้าตือ สมบัษร ถิระสาโรช ออแกไนเซอร์ชื่อดังและกรรมการการประกวด Miss Tiffany Universe 2026 ได้ออกความเห็นในรอบ The Change Maker ซึ่งเป็นรอบที่ให้ผู้เข้าประกวดนำเสนอโครงการเพื่อสังคม โดย น้องนาบุญ ผู้เข้าประกวด เสนอโครงการแก้ปัญหาหอพักนิสิตข้ามเพศในมหาวิทยาลัย เนื่องจากต้องเผชิญความลำบากใจและรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่ออยู่ในหอชายที่มีห้องน้ำรวม ป้าตือได้แสดงความคิดเห็นเชิงสอนว่า การใช้ชีวิตในโลกนี้ต้องรู้จักประนีประนอม ก่อนจะถามกลับด้วยประโยคที่ว่า "เรียกร้องกันอยู่ได้ อยากเป็นนางสาว มีมดลูกรึเปล่า? ถ้าไม่มีมดลูก ไม่ต้องเป็นนางสาว... จบ" จนกลายเป็นดราม่าร้อนแรงในสังคมออนไลน์

เสียงตอบรับจากมิสทิฟฟานี่ 2026 เน้นการหาจุดสมดุล

ไทยรัฐบันเทิงได้สัมภาษณ์ บุ๊ค ธีรชยา พิมพ์กิติเดช มิสทิฟฟานี่ 2026 พร้อมด้วย มะปราง พิมพ์รตา ป้องชัยวิวัฒน์ รองอันดับ 1 และ ซีเกมส์ มินท์ธิตา อ่อนดำ รองอันดับ 2 ถึงประเด็นที่เกิดขึ้น หลังทั้งสามเดินสายขอบคุณสื่อมวลชนที่อาคาร 17 ไทยรัฐทีวี

บุ๊ค เปิดเผยว่า "จริงๆ วันนั้นพวกเราไม่ได้อยู่ในห้องนั้นเพราะจะเข้าไปทีละคน ก็เพิ่งเห็นจากคลิปวิดีโอที่ถูกตัดออกมาอีกที แต่บุ๊คเชื่อว่าเป้าหมายของการจัดโครงการของน้องนาบุญก็เพื่อให้พวกเราสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้เท่าเทียม แต่บุ๊คเชื่อว่าในการประกวดมีความกดดันที่เพิ่มขึ้น อาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่บุ๊คไม่ได้อยู่สถานการณ์ตรงนั้น อาจไม่สามารถอธิบายบรรยากาศตรงนั้นเป็นยังไง"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มะปราง มองว่า "มะปรางมองว่าสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายพูดล้วนเป็นความคิดเห็นแต่ละบุคคล ซึ่งเราสามารถหาช่องว่างระหว่างกลาง ฟังทุกเสียงด้วยเหตุผล และวิเคราะห์กันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหรือเรียกร้องอยู่มันสามารถแก้ไขหรือเยียวยาตรงไหนบ้าง และมะปรางเชื่อว่าถ้าเราหาตรงกลางจนเจอ สิ่งตรงนี้สามารถคลี่คลายขึ้นในระยะยาว และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข โดยไม่มีเหตุผลอื่นเป็นข้อกำหนดค่ะ"

ซีเกมส์ ซึ่งสนิทกับน้องนาบุญ กล่าวเสริมว่า "จริงๆ ซีเกมส์สนิทกับน้องนาบุญและพูดคุยกันตลอดค่ะ ความตั้งใจแรกของน้องคือต้องการเปลี่ยนแปลงสภาพหอในที่น้องอยู่เท่านั้นเอง เจตนาน้องมีแค่นั้นเลย แต่ด้วยความที่เกิดดราม่า มันยึดโยงไปกับมดลูกและนางสาว ซึ่งจริงๆ ไม่อยากให้เอาอวัยวะมดลูกไปยึดโยงกับเพศ ก็รู้สึกว่าสิ่งที่เราเป็นตัวเองไม่ถูกกำหนดโดยอวัยวะ แต่ถูกกำหนดด้วยความที่เป็นมนุษย์ของเรา จากสิ่งในตัวเราเหมือนกันค่ะ เลยมองว่าจริงๆ อยากให้เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนหันมาพูดคุยกัน"

การตอบรับความเห็นต่างและข้อกังวลทางสังคม

เมื่อถูกถามถึงคนที่ไม่เห็นด้วยซึ่งอาจกังวลในเรื่องเพศสภาพหรือการแพทย์ บุ๊ค ตอบว่า "จริงๆ เห็นหลายเรื่องมาก อย่างเช่นเรื่องการหลอกลวง ซึ่งบุ๊คเข้าใจว่าในสภาพสังคมปัจจุบันมันมีการหลอกลวงเกิดขึ้นทุกวัน ต่อให้มี transgender ทำความผิดแบบนี้ สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นคือการรับโทษ กฎหมายต้องทำหน้าที่ของเขาตรงนี้ บุ๊คไม่ได้อยากให้ทุกคนคิดว่า transgender เปลี่ยนเป็นนางสาวเพื่อไปหลอกใคร เพราะท้ายที่สุดแล้วถ้ามันเกิดขึ้น คนคนนั้นจะต้องรับผิดทางกฎหมาย แต่ไม่ควรถูกเหมารวมว่าบุ๊ค น้องมะปราง น้องซีเกมส์ หรือใครที่เป็น transgender จะถูกเหมารวมว่าเป็นคนผิดมากกว่า"

ซีเกมส์ ในฐานะนักรังสีการแพทย์ กล่าวถึงประเด็นทางการแพทย์ว่า "ซีเกมส์มองว่าเรื่องนี้สามารถหาตรงกลางระหว่างกันได้ จริงๆ ซีเกมส์เป็นนักรังสีการแพทย์ ทำงานอยู่กับบุคลากรทางการแพทย์ใน รพ. ประเด็นเรื่องนี้เราสามารถหาทางออกตรงกลางได้เหมือนกัน เราสามารถเพิ่มเพศสภาพ เพศกำเนิดแยกออกจากกันได้ในเอกสารทางราชการ เพราะระบบของ รพ. จะมีการแจ้งประวัติอยู่แล้วว่าคนนี้เคยมีประวัติการผ่าตัดอะไร แพ้อะไร ถ้าเราเพิ่มเพศสภาพ เพศกำเนิด เรามองว่าสามารถอยู่ด้วยกันได้ค่ะ"

เธอยังอธิบายเพิ่มเติมว่า "คนอาจจะโฟกัสว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน เราจะรู้ได้ไงคนนี้เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นเพศอะไรก็ตาม การกู้ชีพสิ่งแรกคือใส่ท่อช่วยหายใจ เพศอะไรเราก็ใส่ท่อเหมือนกัน เราใช้วิธีการรักษาแบบเดียวกันค่ะ ไม่อยากให้มองว่าการที่เราได้คำนำหน้ามาแล้วเราจะไปหลอกลวงใครในการแพทย์นะคะ เพราะว่าในปัจจุบันมีการให้คำโกหกเกี่ยวกับประวัติของตัวเองทุกวัน ไม่ว่าจะเพศอะไร มันมีคนที่ปิดบังหรือโกหก"

มุมมองต่อการเรียกร้องและสิทธิสตรี

สำหรับคำถามที่ว่าการเรียกร้องคำนำหน้า 'นางสาว' อาจมากเกินไปหรือไม่ บุ๊ค ตอบว่า "ส่วนตัวบุ๊คเองไม่รู้สึกว่าเรียกร้องมากเกินไป แต่บุ๊คเข้าใจว่าการที่เราหยิบประเด็นต่างๆ มาพูดบ่อยครั้ง มันสื่อให้เห็นว่าสังคมไทยของเรามีปัญหาเรื่องสิทธิเสรีภาพมนุษยชนที่ไม่ได้ให้กับกลุ่ม transgender มานาน เราถูกมองว่าเป็นประเทศที่ LGBTQ+ เฟรนด์ลี่ แต่ในแง่กฎหมายเราอาจเป็นบุคคลชายขอบเลย ที่สิทธิหลายอย่างยังต้องใช้เสียงของตัวเอง เรายังต้องขอความเมตตาให้ผู้ใหญ่หลายคนที่มีหน้าที่ มีอำนาจทางกฎหมาย เข้ามามีส่วนร่วมและช่วยหยิบความเปลี่ยนแปลงตรงนี้ให้เกิดขึ้นจริง"

เมื่อถามถึงการสนับสนุนสิทธิผู้หญิงหากได้ใช้คำว่า 'นางสาว' บุ๊ค กล่าวว่า "จริงๆ ความเป็นผู้หญิงมีหลายอย่างมาก บางคนจะมีเรื่องของสิทธิการลาคลอด เรื่องผ้าอนามัยที่เป็นของใช้จำเป็น บุ๊คว่าเราสามารถใช้เสียงของ transgender ที่แม้ว่าร่างกายทางชีวภาพไม่เหมือนกัน 100% แต่เรามีความรู้สึกทางจิตใจ เรียกว่าในแง่ค่าฮอร์โมนการรักษาที่ใกล้เคียงกันมากๆ บุ๊คมองว่าเราเข้าใจจุดตรงนี้มาก คล้ายเคียงกันเลย บุ๊คมองว่าสามารถใช้เสียงของเราเป็นหนึ่งเสียงสำคัญที่ซัพพอร์ตผู้หญิงทุกคน เข้าใจถึงจิตใจเขาในวันที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงร่างกายเขา มันมีความแตกต่างจากผู้ชาย เราจะเป็นเสียงๆ นึงที่ยืนหยัดเพื่อคุณเช่นเดียวกัน"

ข้อความฝากถึงสังคมและแฟนๆ

ในท้ายที่สุด บุ๊ค ฝากถึงแฟนๆ ว่า "ก็ขอฝากทีมมิสทิฟฟานี่ 2026 เรายังมีภารกิจปฏิบัติอีกนานตลอดครบปีแน่นอน ฝากติดตามพวกเราทางเพจ Miss Tiffany's Universe ค่ะ สำหรับตัวบุ๊คเองจะเป็นตัวแทนของประเทศไทยประกวด Miss International Queen ในเดือนกันยายน ทุกคนหวังมง 5 บุ๊คก็หวังเช่นเดียวกัน"

เธอยังเน้นย้ำว่า "ท้ายที่สุดบุ๊คเชื่อว่าความแน่วแน่และปณิธานของมิสทิฟฟานี่คือการสร้างพื้นที่และทำให้ทุกคนมองเห็นถึงความสามารถของ transgender บุคคลหลากหลายทางเพศ บุ๊คเชื่อว่าจะใช้เสียงของบุ๊คเป็นอีกหนึ่งเสียงที่สานต่อปณิธานนี้ให้กับสังคมค่ะ บุ๊คอยากใช้ความเป็นผู้นำของบุ๊ครับฟังทุกความเห็นต่าง และที่สำคัญคือแม้บุ๊คจะมีจุดยืนที่ชัดเจน แต่บุ๊คไม่ลืมที่จะเคารพเสียงที่เปล่งออกมา การที่เราจะเห็นต่างไม่ต้องกลัวนะคะว่าจะรู้สึกถูกหรือผิด เราจะไม่มีการตัดสินแน่นอน แต่ตราบใดที่คุณกล้าจะพูดเสียงของคุณขึ้นมา เราพร้อมที่จะรับฟังอย่างมีเหตุผล และหาทางที่เป็นกลาง และทำให้สังคมเรามีความสุขมากที่สุดค่ะ"