ซีอีโอ 'ดีพี เวิลด์' ลาออกทันที หลังเอกสารเชื่อมโยงอีเมลกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน
ซีอีโอ ดีพี เวิลด์ ลาออกทันที หลังอีเมลเชื่อมโยงเอปสตีน

ซีอีโอบริษัทท่าเรือดูไบลาออกฉับพลัน หลังเอกสารเชื่อมโยงอีเมลกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน

ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สุลต่าน อาห์เหม็ด บิน ซูไลเยม ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ดีพี เวิลด์ (DP World) ผู้ให้บริการท่าเรือและโลจิสติกส์รายใหญ่ของโลก ซึ่งมีฐานในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งโดยมีผลทันที การลาออกครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากมีการเปิดเผยเอกสารใหม่ที่เชื่อมโยงเขากับ นายเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินชาวอเมริกันผู้ต้องโทษคดีทางเพศและค้ามนุษย์ ซึ่งเสียชีวิตในเรือนจำสหรัฐเมื่อปี 2562

เอกสารอีเมลหลายร้อยฉบับเชื่อมโยงกับเอปสตีน

เอกสารที่ถูกเปิดเผยล่าสุดระบุว่า สุลต่าน อาห์เหม็ด บิน ซูไลเยม ปรากฏชื่อในการแลกเปลี่ยนอีเมลกับเจฟฟรีย์ เอปสตีนมากถึงหลายร้อยฉบับตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี โดยอีเมลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เอปสตีนได้แนะนำซูไลเยมให้รู้จักกับบุคคลสำคัญระดับนานาชาติ ทั้งในแวดวงการเมืองและธุรกิจ ตัวอย่างเช่น ซูไลเยมเคยพาเจ้าชายแห่งเวลส์เยี่ยมชมท่าเรือลอนดอน เกตเวย์ ของดีพี เวิลด์ ในปี 2559 ซึ่งสะท้อนถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ที่กว้างขวาง

นอกจากนี้ หนึ่งในเอกสารที่ถูกตั้งข้อสังเกตอย่างมากคืออีเมลจากเอปสตีนเมื่อปี 2552 ซึ่งระบุถึง “วิดีโอทรมาน” โดยผู้รับตอบว่าจะเดินทางระหว่างจีนกับสหรัฐ แม้ว่าจะไม่ทราบบริบทที่แท้จริงของเนื้อหา แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐได้เปิดเผยว่า ผู้รับอีเมลฉบับนี้คือซูไลเยม อย่างไรก็ตาม การมีชื่อปรากฏในเอกสารดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ามีความผิดทางกฎหมายโดยตรง แต่สร้างแรงกดดันทางสังคมและการเมืองอย่างมหาศาล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงในบริษัท

หลังการลาออก รูปภาพของสุลต่าน อาห์เหม็ด บิน ซูไลเยมได้ถูกนำออกจากเว็บไซต์บริษัทดีพี เวิลด์แล้วอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน บริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจท่าเรือใน 6 ทวีป และมีบทบาทสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานการค้าระดับโลก ได้ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารใหม่ทันที โดยมี นายเอสซา คาซิม ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และ นายยุฟราช นารายัน เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่

คดีของเจฟฟรีย์ เอปสตีนได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการการเมือง ธุรกิจ และสังคมชั้นสูงทั่วโลกอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่เขาถูกจับกุมในข้อหาค้ามนุษย์ทางเพศ การเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญเช่นซูไลเยมจึงเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในบริบทของธุรกิจระดับโลกที่ต้องรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ

การลาออกในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงแรงกดดันจากสาธารณชนเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่ออนาคตของดีพี เวิลด์ในฐานะบริษัทโลจิสติกส์ชั้นนำ ซึ่งกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านการบริหารและความไว้วางใจจากคู่ค้าระหว่างประเทศ