เอสเอ็มอีวิกฤต! ดัชนีธุรกิจร่วงต่ำกว่า 50 เอกชนเร่งรัฐบาลใหม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
เอสเอ็มอีวิกฤต ดัชนีธุรกิจร่วง เอกชนเร่งรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจ

เอสเอ็มอีวิกฤต! ดัชนีธุรกิจร่วงต่ำกว่า 50 เอกชนเร่งรัฐบาลใหม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

สถานการณ์ธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยกำลังน่าห่วงอย่างมาก หลังผลสำรวจล่าสุดชี้ให้เห็นว่าดัชนีสถานการณ์ธุรกิจเอสเอ็มอีไตรมาส 4 ปี 2568 ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 47.8 ซึ่งต่ำกว่าระดับปกติที่ 50 สะท้อนภาวะชะลอตัวอย่างชัดเจน โดยรายได้ ยอดขาย และยอดคำสั่งซื้อลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัว ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สัญญาณเตือนจากดัชนีธุรกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภค

นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดว่ารายได้และยอดขายจะทรงตัว แต่ต้นทุนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอียังอยู่ที่ระดับ 47.7 ซึ่งต่ำกว่าระดับปกติเช่นกัน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เอสเอ็มอียังเปราะบางคือปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและไมโครเอสเอ็มอีที่มีภาระหนี้สินค้างชำระหรือหนี้เสียในระดับสูง ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยังสูงและขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ส่งผลให้สถาบันการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ในทางกลับกัน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมกราคม 2569 ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 52.8 เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาคลี่คลาย และบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งที่คึกคัก ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อเสนอจากภาคเอกชนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ภาคเอกชนหลายส่วนได้เสนอแนวทางให้รัฐบาลใหม่เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยภาคค้าปลีกได้เสนอ "แพ็กเกจ 6 นโยบาย" ภายใต้แนวคิด "ช้อปคุ้ม เที่ยวปัง ลงทุนท้องถิ่น เอสเอ็มอีแข็งแรง แรงงานมีทักษะ และแข่งขันเท่าเทียม"

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ระบุว่าข้อเสนอรวมถึงการปรับรูปแบบโครงการคนละครึ่งให้ครอบคลุมร้านค้าทุกขนาด ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 0-1% และเปิดรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในร้านค้าปลีกทั่วประเทศ รวมถึงเสนอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวทันทีที่จุดขาย และขยายมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไปยังสินค้าชุมชนและเอสเอ็มอี

นอกจากนี้ ยังเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อจูงใจการลงทุนในเมืองรอง การปรับโครงสร้างค่าไฟเพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ ส่งเสริมสินค้า Made in Thailand สนับสนุนการใช้เทคโนโลยี AI เพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน และกำหนดมาตรฐานวิชาชีพเพื่อยกระดับค่าจ้าง รวมถึงควบคุมสินค้านำเข้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซให้เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการไทย

การสนับสนุนอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย

กลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เสนอให้รัฐบาลใหม่ผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่มาตรฐานระดับโลก

นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ระบุว่าอุตสาหกรรมสมุนไพรมีผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตมากกว่า 7-8 ล้านคน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต โรงงาน และผู้ค้า หากได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจะช่วยเพิ่มรายได้และส่งเสริมการส่งออกของประเทศ

ข้อเสนอสำคัญประกอบด้วยการสนับสนุนงบวิจัยเพื่อสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ยกระดับมาตรฐานการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างภาพลักษณ์สมุนไพรไทยเป็นสินค้าพรีเมียม และผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ผ่านการสร้างเอกลักษณ์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก

ภาพรวมและความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่

ภาพรวมสะท้อนว่า แม้สัญญาณความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ภาคธุรกิจโดยเฉพาะเอสเอ็มอียังเผชิญความเปราะบาง และต่างคาดหวังให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างเสถียรภาพและผลักดันเศรษฐกิจไทยให้กลับมาฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป

หอการค้าไทยคาดว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปี 2569 จะขยายตัวราว 0.8-1.2% และยังคงประมาณการการเติบโตทั้งปีไว้ที่ 1.6% แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์สงครามการค้าและนโยบายของรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิด