ธุรกิจใหม่ม.ค. 69 ลดลง 5.01% สะท้อนเศรษฐกิจผันผวน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยตัวเลข
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยข้อมูลการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนมกราคม 2569 พบว่ามีธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวน 8,418 ราย ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ลดลง 444 ราย หรือคิดเป็น 5.01% ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 24,375 ล้านบาท ลดลง 575 ล้านบาท หรือ 2.30% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนธันวาคม 2568 ธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 3,231 ราย หรือ 62.29% และทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้น 10,990 ล้านบาท หรือ 82.11% สะท้อนถึงความผันผวนในเศรษฐกิจไทยและโลก
3 ประเภทธุรกิจขยายตัวน่าสนใจ
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ได้แก่
- ธุรกิจบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น มีจำนวน 238 ราย เพิ่มขึ้น 195 ราย หรือ 453.49% ทุนจดทะเบียน 118.30 ล้านบาท
- ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร มีจำนวน 398 ราย เพิ่มขึ้น 62 ราย หรือ 18.45% ทุนจดทะเบียน 626.49 ล้านบาท
- ธุรกิจเกี่ยวกับบัญชี การตรวจสอบบัญชี และการให้คำปรึกษาด้านภาษี มีจำนวน 177 ราย เพิ่มขึ้น 46 ราย หรือ 35.11% ทุนจดทะเบียน 99.15 ล้านบาท
ปัจจัยความผันผวนทางเศรษฐกิจ
การลดลงของธุรกิจใหม่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เติบโตแบบเปราะบาง ภาพรวมขยายตัวในระดับปานกลางจากภาคบริการ การจ้างงาน และการลงทุนด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานในบางประเทศ แรงกดดันสำคัญยังอยู่ที่ต้นทุนทางการเงินที่ทรงตัวในระดับสูง การค้าโลกฟื้นตัวช้า และความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและภาษี
นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนโลจิสติกส์ ทำให้ธุรกิจต้องบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยังคงพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและบริการเป็นหลัก ขณะที่ภาคการส่งออกฟื้นตัวไม่ทั่วถึง เนื่องจากอุปสงค์โลกเผชิญความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น การบริโภคภายในประเทศถูกจำกัดด้วยภาระหนี้สินและกำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่เท่ากัน
โอกาสเชิงโครงสร้างและกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพ
แม้เศรษฐกิจจะผันผวน แต่ไทยยังมีโอกาสเชิงโครงสร้างในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม พลังงานหมุนเวียนและโซลาร์ และ สังคมผู้สูงวัยและสุขภาพ ซึ่งมีอุปสงค์ที่ชัดเจนและเป็นฐานการเติบโตในระยะยาว
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามองว่า มี 5 กลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสทางการตลาดและฐานการเติบโตที่ดีในปี 2569 ได้แก่
- ธุรกิจเทคโนโลยีและดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม เช่น AI, ศูนย์ข้อมูล (Data Center), Cloud Computing, และความปลอดภัยไซเบอร์
- ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โซลาร์ และระบบกักเก็บพลังงาน โดยเฉพาะการส่งออกตามมาตรการปรับราคาคาร์บอน
- ธุรกิจสุขภาพและยา เพื่อตอบสนองสังคมสูงวัยและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
- ธุรกิจท่องเที่ยวและนันทนาการ โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และบริการ wellness ครบวงจร
- ธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ อาหารมูลค่าสูง และความปลอดภัยอาหาร ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต
การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการลดลง
ด้านการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนมกราคม 2569 มีจำนวน 1,252 ราย ลดลง 179 ราย หรือ 12.51% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 4,860 ราย หรือ 79.52% จากเดือนธันวาคม 2568 ทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 13,267 ล้านบาท สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของภาคธุรกิจไทยท่ามกลางความท้าทาย
โดยสรุป แม้เศรษฐกิจไทยและโลกยังมีความผันผวน แต่กลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพสูงสามารถปรับตัวและเติบโตได้ โดยผู้ประกอบการควรติดตามสัญญาณการค้าโลก ทิศทางดอกเบี้ย สภาพคล่อง และราคาพลังงาน เพื่อบริหารความเสี่ยงและรักษาโอกาสเติบโตในระยะยาว



