หุ้นไทยร่วงแรง 36 จุด รับแรงกดดันต่างประเทศ
หุ้นไทยร่วง 36 จุด รับแรงกดดันต่างประเทศ

ตลาดหุ้นไทยปิดปรับตัวลดลงอย่างหนักในวันนี้ (1 พ.ย.) โดยดัชนี SET ร่วงลงถึง 36.06 จุด หรือคิดเป็น 2.34% มาปิดที่ระดับ 1,503.32 จุด ซึ่งเป็นการปรับตัวลงที่สอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

แรงขายจากต่างชาติกดดันตลาด

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แรงขายของนักลงทุนต่างชาติเป็นปัจจัยหลักที่กดดันตลาดในวันนี้ โดยมีมูลค่าขายสุทธิประมาณ 1,200 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคอื่นก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจยังคงเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ ปัจจัยการเมืองในประเทศยังเป็นอีกหนึ่งแรงกดดัน หลังจากที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นการปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อนักลงทุน

การร่วงลงของตลาดหุ้นไทยในวันนี้ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายรวมอยู่ที่ประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนหน้านี้ สะท้อนถึงแรงขายที่หนาแน่น นักลงทุนรายย่อยต่างก็ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะผู้ที่ถือหุ้นในกลุ่มธนาคารและพลังงานซึ่งปรับตัวลงมากที่สุด

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันหลายด้าน ทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ ซึ่งอาจทำให้ดัชนีปรับตัวลงต่อเนื่องในระยะสั้น”

แนวโน้มระยะสั้น

นักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี SET อาจยังคงผันผวนในระยะสั้น โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,500 จุด และแนวต้านที่ 1,530 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม รวมถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทั้งนี้ นักลงทุนควรระมัดระวังการลงทุนและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และความชัดเจนทางการเมืองของไทย