ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันที่ 18 ตุลาคม 2566 ปรับตัวลดลง 19.06 จุด หรือ 1.28% มาอยู่ที่ 1,467.21 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 49,691 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,348 ล้านบาท ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลงตามแรงกดดันจากความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง
ปัจจัยกดดันจากต่างประเทศ
นายกรกช วนะวานิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงสอดคล้องกับตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่ง โดยเฉพาะยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นเกินคาด
นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วโลก
กลุ่มพลังงานและแบงก์กดดันตลาด
หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารปรับตัวลงเป็นหลัก โดยหุ้น PTTEP ลดลง 3.50 บาท หรือ 2.97% มาที่ 114.50 บาท หุ้น SCB ลดลง 3.50 บาท หรือ 2.61% มาที่ 130.50 บาท และหุ้น KBANK ลดลง 2.00 บาท หรือ 1.68% มาที่ 117.00 บาท
ส่วนหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นได้แก่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โดยหุ้น CPF เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.33% มาที่ 38.00 บาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
นายกรกช กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังคงผันผวน เนื่องจากนักลงทุนรอติดตามปัจจัยสำคัญทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการประชุมเฟดในเดือนพฤศจิกายน และการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 3/2566
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจในประเทศ เช่น กลุ่มค้าปลีกและกลุ่มท่องเที่ยว



