ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (13 มิ.ย.) ที่ระดับ 1,572.38 จุด เพิ่มขึ้น 1.80 จุด หรือ 0.11% มูลค่าการซื้อขายรวม 48,224 ล้านบาท โดยมีแรงซื้อหนุนในหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังจากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวขึ้น และนักลงทุนคาดหวังผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีขึ้น
แรงซื้อหนุนจากกลุ่มพลังงานและแบงก์
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.กรุงศรี กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่ช่วยดันดัชนีให้ปรับตัวขึ้นในวันนี้มาจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะหุ้น PTTEP ที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารก็มีแรงซื้อกลับเข้ามาหลังจากที่ปรับตัวลงแรงในช่วงก่อนหน้านี้ โดยมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างประเทศที่กลับมาเป็นสุทธิซื้ออีกครั้ง
มูลค่าซื้อขายเบาบาง รอปัจจัยใหม่
อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อขายยังคงเบาบางไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังรอดูปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในคืนนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หากเงินเฟ้อชะลอตัวลง ก็อาจส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก
หุ้นเด่นประจำวัน
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ PTTEP มูลค่า 2,789 ล้านบาท ปิดที่ 152.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท, PTT มูลค่า 2,345 ล้านบาท ปิดที่ 34.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท, KBANK มูลค่า 2,123 ล้านบาท ปิดที่ 128.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท, ADVANC มูลค่า 2,045 ล้านบาท ปิดที่ 220.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท และ SCB มูลค่า 1,987 ล้านบาท ปิดที่ 102.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
แนวโน้มวันพรุ่งนี้
นายกรภัทร คาดว่าแนวโน้มวันพรุ่งนี้ (14 มิ.ย.) ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ หากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาดี โดยให้แนวต้านที่ 1,580 จุด และแนวรับที่ 1,565 จุด



