พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติกัญชง กัญชา พ.ศ. ... ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567 โดยมีนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. นครศรีธรรมราช และนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส. สงขลา เป็นผู้เสนอหลักการ ร่างกฎหมายดังกล่าวมีขึ้นเพื่อคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้กัญชากลับเป็นยาเสพติด ตามที่พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. .... ฉบับของรัฐบาล ซึ่งมีแนวโน้มจะควบคุมกัญชาอย่างเข้มงวด
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย ปชป.
ร่างกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์มีสาระสำคัญคือการควบคุมกัญชงและกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เศรษฐกิจ และสังคม โดยไม่ให้กลับไปเป็นยาเสพติด นายชัยชนะกล่าวว่า "เราต้องการให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมาย สร้างรายได้ให้ประชาชน และใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่การปล่อยเสรีหรือทำให้เป็นยาเสพติดอีกครั้ง" ร่างดังกล่าวกำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลการปลูก การแปรรูป และการจำหน่าย รวมถึงการออกใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบการ
จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์
นายเดชอิศม์ ขาวทอง กล่าวว่า "พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่ากัญชาไม่ควรกลับไปเป็นยาเสพติด เพราะที่ผ่านมาประชาชนได้รับประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์และเศรษฐกิจอย่างมาก เราจะคัดค้านร่างของรัฐบาลอย่างเต็มที่" พรรคประชาธิปัตย์มีท่าทีชัดเจนในการสนับสนุนกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจมาตั้งแต่ต้น ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันพยายามผลักดันให้กัญชากลับเป็นยาเสพติดตามนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
ร่างกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกัญชาและผู้ประกอบการธุรกิจกัญชา ซึ่งมองว่าร่างของรัฐบาลจะทำลายอาชีพและรายได้ของพวกเขา ด้านนายแพทย์สาธารณสุขบางส่วนเห็นว่าการควบคุมที่เข้มงวดเกินไปอาจทำให้ผู้ป่วยที่ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้รับความเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่สนับสนุนร่างรัฐบาลอ้างว่าการควบคุมกัญชาเป็นยาเสพติดจะช่วยลดปัญหาการเสพติดและผลกระทบต่อเยาวชน
แนวโน้มในสภา
ขณะนี้ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ คาดว่าจะมีการอภิปรายอย่างเข้มข้นในสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้านจะพยายามผลักดันร่างของตนให้ได้รับการบรรจุเป็นวาระเร่งด่วน ขณะที่รัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภา แต่ประเด็นกัญชายังคงเป็นที่ถกเถียงกันในสังคม การตัดสินใจครั้งนี้จะมีผลต่อทิศทางนโยบายกัญชาของประเทศไทยในอนาคต



