กูรูชี้หุ้นไทยปี68 เป้า1600 จุด รับแรงหนุนเศรษฐกิจ
กูรูชี้หุ้นไทยปี68 เป้า1600 จุด รับแรงหนุนเศรษฐกิจ

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปี 2568 โดยคาดว่าดัชนี SET Index จะมีเป้าหมายอยู่ที่ 1,600 จุด ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะขยายตัวได้ในกรอบ 3-4% ต่อปี รวมถึงการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10-15%

ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยปี 2568

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ปัจจัยบวกที่สนับสนุนตลาดหุ้นไทยในปีหน้าประกอบด้วย การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาสู่ระดับใกล้เคียงก่อนโควิด-19 การบริโภคในประเทศที่ยังคงแข็งแรง และการลงทุนภาครัฐที่เร่งตัวขึ้นจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์และรถไฟความเร็วสูง

นอกจากนี้ การส่งออกของไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออก เช่น อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กลุ่มหุ้นเด่นที่น่าลงทุน

บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้นักลงทุนเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม กลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีรายได้มั่นคงจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) รวมถึงกลุ่มส่งออกที่มีแนวโน้มเติบโตตามเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ติดตามกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของสินเชื่อและดอกเบี้ย รวมถึงกลุ่มค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความเสี่ยงที่ต้องจับตา

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจกดดันตลาดหุ้นไทย ได้แก่ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ยังคงปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

นอกจากนี้ ปัจจัยภายในประเทศ เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมืองและปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะสั้น

กลยุทธ์การลงทุน

นายเทิดศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นักลงทุนควรใช้กลยุทธ์การลงแบบทยอยสะสม (Dollar Cost Averaging) ในหุ้นพื้นฐานดี โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดปรับตัวลงจากปัจจัยลบชั่วคราว พร้อมทั้งกระจายความเสี่ยงในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม

สำหรับนักลงทุนระยะยาว แนะนำให้เน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง จ่ายปันผลสม่ำเสมอ และมีแนวโน้มการเติบโตสูง เช่น หุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มการแพทย์