ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันที่ 19 มีนาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.63 จุด หรือ 0.52% มาอยู่ที่ 1,475.23 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 45,678 ล้านบาท ตามแรงซื้อของนักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ หลังจากดัชนีปรับฐานลงมาในช่วงก่อนหน้านี้
แรงซื้อหุ้นใหญ่หนุนตลาด
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์ที่นักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไร เนื่องจากราคาปรับตัวลดลงมากในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นในวันนี้ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอติดตามปัจจัยสำคัญ เช่น การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า รวมถึงความชัดเจนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
แนวโน้มตลาดยังผันผวน
นายวิจิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังคงผันผวน โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการลงทุนของไทย
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง
หุ้นกลุ่มนำตลาด
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นและมีผลกระทบต่อดัชนีมากที่สุดในวันนี้ ได้แก่ บมจ.ปตท. (PTT) เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.20% มาที่ 42.00 บาท บมจ.ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 1.35% มาที่ 112.50 บาท และบมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.85% มาที่ 110.00 บาท
ขณะที่หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงนำโดย บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.60% มาที่ 165.00 บาท และบมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.90% มาที่ 55.00 บาท
นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิ
สำหรับสถานการณ์นักลงทุนต่างชาติ ยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง โดยวันนี้ขายสุทธิ 1,234 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 890 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 344 ล้านบาท
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่าแนวต้านของดัชนีในสัปดาห์หน้าอยู่ที่ 1,490-1,500 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,460-1,465 จุด โดยแนะนำให้นักลงทุนติดตามปัจจัยการเมืองในประเทศและการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน



