ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 6.64 จุด หรือ 0.44% มาที่ 1,517.79 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 44,718 ล้านบาท ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้น รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังจากราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทย
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย โดยมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน อาทิ ปตท. (PTT) และ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันที่ตึงตัว ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ก็มีแรงซื้อเข้ามา หลังจากบอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ดอกเบี้ยของธนาคาร
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น
ทั้งนี้ ดัชนี SET ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,530 จุด โดยต้องจับตาการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/2567 รวมถึงปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50%
นายกรภัทร กล่าวเพิ่มเติมว่า นักลงทุนยังต้องติดตามความชัดเจนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดในระยะต่อไป
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก
- ปตท. (PTT) มูลค่าการซื้อขาย 3,456 ล้านบาท ราคาปิด 34.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
- ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มูลค่าการซื้อขาย 2,890 ล้านบาท ราคาปิด 136.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
- ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) มูลค่าการซื้อขาย 2,450 ล้านบาท ราคาปิด 150.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
- ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มูลค่าการซื้อขาย 2,100 ล้านบาท ราคาปิด 128.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
- เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) มูลค่าการซื้อขาย 1,800 ล้านบาท ราคาปิด 25.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
มุมมองต่อตลาดหุ้นไทยในระยะยาว
บล.กรุงศรี ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะยาว โดยประเมินว่า SET Index จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1,600 จุด ภายในสิ้นปี 2567 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและการลงทุนภาครัฐ ปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่ การบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่ง การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลก



