ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.28 จุด หรือ 0.40% มาอยู่ที่ 1,560.18 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 52,346 ล้านบาท ตามแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ที่เข้ามาเก็งกำไรก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียน
แรงซื้อหุ้นใหญ่หนุนดัชนี
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค เนื่องจากมีแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์ ที่นักลงทุนคาดหวังผลประกอบการไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่ง
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นและมีผลต่อดัชนีมากที่สุด ได้แก่ PTTEP (+3.50 บาท), ADVANC (+1.50 บาท), และ SCB (+2.00 บาท) ขณะที่หุ้นที่ปรับตัวลงและกดดันดัชนีมากที่สุด ได้แก่ BDMS (-0.50 บาท), CPALL (-0.25 บาท) และ GULF (-0.30 บาท)
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,245 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 320 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 1,565 ล้านบาท
นายกรภัทรกล่าวว่า "การที่ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิเป็นสัญญาณบวกต่อตลาด แต่ยังต้องติดตามปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง"
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
สำหรับแนวโน้มการลงทุนในวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2567 นายกรภัทรคาดว่า ดัชนีจะมีกรอบการเคลื่อนไหวที่ 1,550-1,570 จุด โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือ การประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการไตรมาส 3 ที่คาดว่าจะออกมาดี โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร พลังงาน และปิโตรเคมี อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์



