หุ้นไทยปิดบวก 3.35 จุด ดีลกู้เงินดิจิทัลวอลเล็ตหนุน
หุ้นไทยปิดบวก 3.35 จุด ดีลกู้เงินดิจิทัลวอลเล็ตหนุน

ตลาดหุ้นไทยปิดซื้อขายวันแรกของสัปดาห์ในแดนบวก โดยดัชนี SET ปรับตัวขึ้น 3.35 จุด หรือ 0.26% มาอยู่ที่ 1,304.64 จุด มูลค่าซื้อขายรวม 45,013 ล้านบาท หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงการคลังดำเนินการกู้เงินจำนวน 1.5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน

ปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายกรกฤช เผือกสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากข่าวดีเรื่องการอนุมัติกู้เงินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ เช่น กลุ่มค้าปลีกและกลุ่มพลังงาน ที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด

หุ้นกลุ่มค้าปลีกปรับตัวขึ้นโดดเด่น โดยเฉพาะหุ้น บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ปิดที่ 32.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 4.88% ขณะที่หุ้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ปิดที่ 54.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.46% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ปิดที่ 33.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.76%

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ

นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง โดยซื้อสุทธิ 1,234.56 ล้านบาท หลังจากที่ขายสุทธิต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 456.78 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 789.01 ล้านบาท

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายกรกฤชกล่าวเพิ่มเติมว่า การกลับมาซื้อของนักลงทุนต่างชาติสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย หลังจากที่รัฐบาลเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง

มุมมองต่อแนวโน้มตลาด

นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ หากรัฐบาลสามารถดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตได้ตามแผน และไม่มีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากสถานการณ์การเมืองหรือเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินบาท

สำหรับแนวต้านของ SET ในระยะสั้นอยู่ที่ 1,320-1,330 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,290-1,300 จุด โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่ การเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน