ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 2.37 จุด หรือ 0.16% ที่ระดับ 1,482.41 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 52,946.19 ล้านบาท โดยได้รับแรงซื้อจากหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารขนาดใหญ่ หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้น
แรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานหนุนตลาด
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นในกรอบแคบ โดยมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารขนาดใหญ่ หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นและแรงซื้อกลับของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับตัวลง
หุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้น เช่น PTTEP ปิดที่ 148.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 1.71% และ TOP ปิดที่ 49.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 2.05% ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวขึ้น เช่น KBANK ปิดที่ 120.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.42% และ SCB ปิดที่ 100.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 1.01%
นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ
นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 1,234.56 ล้านบาท หลังจากที่ขายสุทธิในช่วงก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 567.89 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 345.67 ล้านบาท
นายกรภัทร กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจส่งผลกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน
แนวโน้มวันพรุ่งนี้
นายกรภัทร คาดว่า ตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้จะแกว่งตัวในกรอบ 1,470-1,490 จุด โดยมีแนวรับที่ 1,470 จุด และแนวต้านที่ 1,490 จุด โดยนักลงทุนยังคงต้องติดตามปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ PTTEP มูลค่า 3,456.78 ล้านบาท, KBANK มูลค่า 2,345.67 ล้านบาท, SCB มูลค่า 1,234.56 ล้านบาท, TOP มูลค่า 1,123.45 ล้านบาท และ PTT มูลค่า 987.65 ล้านบาท



