ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 1.2% ในวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 4.50-4.75% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้เงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย
ปัจจัยหนุนจากนโยบายการเงินของเฟด
นายกิตติพล ศรีเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า การปรับลดดอกเบี้ยของเฟดครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ
ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,450.32 จุด เพิ่มขึ้น 17.25 จุด หรือคิดเป็น 1.20% มูลค่าการซื้อขายรวม 68,500 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,800 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 1,200 ล้านบาท
กลุ่มหุ้นที่ได้รับประโยชน์
หุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์และกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นนำตลาด เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าตลาดอาจมีความผันผวนในระยะสั้น เนื่องจากปัจจัยภายนอกอื่นๆ เช่น ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยของเฟดเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากจะช่วยให้เงินทุนไหลเข้าและสนับสนุนค่าเงินบาทให้แข็งค่าขึ้น แต่ก็ต้องติดตามนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยต่อไป
แนวโน้มตลาดในระยะต่อไป
นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก หากปัจจัยพื้นฐานของประเทศยังแข็งแกร่ง และไม่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการเมืองในประเทศและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 3/2567 ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชี้นำทิศทางตลาดในระยะต่อไป รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน



