ตลาดหุ้นไทยปิดปรับตัวลดลง 1.42 จุด หรือ 0.10% มาอยู่ที่ระดับ 1,428.92 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 47,261.28 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลก
บรรยากาศการซื้อขายและปัจจัยกดดัน
นายอภิชาติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงสอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับนโยบายของนายทรัมป์ โดยเฉพาะประเด็นการขึ้นภาษีนำเข้า ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกของไทยและเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยคดีของนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำให้นักลงทุนบางส่วนชะลอการลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจน
กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีผลต่อดัชนี
หุ้นในกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารเป็นตัวถ่วงดัชนีหลัก เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงและความกังวลเกี่ยวกับหนี้เสียของธนาคาร อย่างไรก็ตาม หุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวและกลุ่มอาหารยังคงได้รับแรงซื้อเก็งกำไรจากนักลงทุน เนื่องจากคาดว่าธุรกิจจะฟื้นตัวต่อเนื่อง
นายอภิชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า "แนวโน้มสัปดาห์หน้าตลาดอาจยังผันผวน เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาหนุน ขณะที่นักลงทุนรอติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ"
แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน
บล.เอเซีย พลัส แนะนำนักลงทุนให้ติดตามปัจจัยการเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการพิจารณาคดีของนายกรัฐมนตรี รวมถึงนโยบายของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดในระยะสั้น
ส่วนกลยุทธ์การลงทุน ควรเน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีความสามารถในการทำกำไรสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า และกลุ่มท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ



