ตลาดหุ้นไทยปิดซื้อขายวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ปรับตัวลดลง 11.70 จุด หรือคิดเป็น 0.86% มาอยู่ที่ระดับ 1,338.79 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 49,901.46 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงกังวลต่อสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ โดยเฉพาะการรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีสำคัญหลายคดี รวมถึงคดีของนายกรัฐมนตรี และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน
แรงขายต่างชาติกดดันตลาด
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงสอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ติดลบ โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่ขายสุทธิในวันนี้ประมาณ 1,500 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ยังไม่ชัดเจน ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนในตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย
ปัจจัยในประเทศยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจับตา โดยเฉพาะการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีและพรรคการเมือง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนบางส่วนเลือกที่จะลดความเสี่ยงด้วยการขายหุ้นออกมาก่อน
ภาพรวมการซื้อขายรายกลุ่ม
ในวันนี้กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มพลังงาน ลดลง 1.23% กลุ่มธนาคาร ลดลง 0.95% และกลุ่มปิโตรเคมี ลดลง 0.87% ขณะที่กลุ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมีเพียงไม่กี่กลุ่ม เช่น กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 0.12% และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ เพิ่มขึ้น 0.05%
หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ PTTEP มูลค่า 3,214.50 ล้านบาท ปิดที่ 148.50 บาท ลดลง 1.00 บาท, ADVANC มูลค่า 2,456.70 ล้านบาท ปิดที่ 212.00 บาท ลดลง 2.00 บาท, CPALL มูลค่า 2,123.40 ล้านบาท ปิดที่ 60.00 บาท ลดลง 0.75 บาท, BDMS มูลค่า 1,987.60 ล้านบาท ปิดที่ 26.75 บาท ลดลง 0.25 บาท, และ PTT มูลค่า 1,876.50 ล้านบาท ปิดที่ 34.00 บาท ลดลง 0.50 บาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงมีความผันผวนในระยะสั้น เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากปัจจัยการเมืองในประเทศ รวมถึงการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่ 2 และทิศทางดอกเบี้ยของเฟด โดยให้แนวรับที่ 1,330 จุด และแนวต้านที่ 1,350 จุด
ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นไทยในวันนี้เป็นไปตามคาดการณ์ เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอดูท่าทีของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งต่อไป รวมถึงการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากภาครัฐ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดฟื้นตัวได้ในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามปัจจัยการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางตลาดในระยะสั้นถึง中期



