ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายในวันนี้ด้วยทิศทางขาลง โดยดัชนี SET Index ลดลง 7.47 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 0.54 ปิดที่ระดับ 1,371.93 จุด ขณะที่ดัชนี SET100 ปิดที่ 1,847.64 จุด ลดลง 10.10 จุด ส่วนตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ปิดที่ 395.58 จุด ลดลง 2.48 จุด
แรงกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน
การปิดลบในวันนี้ส่วนใหญ่ได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักสูงในดัชนี โดยเฉพาะหุ้นธนาคารพาณิชย์รายใหญ่หลายแห่งที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อและผลกระทบจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจน
ปัจจัยด้านพลังงานและตลาดโลก
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานก็เผชิญกับแรงขายเช่นกัน หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มผันผวน และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอุปสงค์ในระยะสั้น ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคอื่นๆ ในเอเชียส่วนใหญ่ปิดในแดนลบเช่นกัน สะท้อนถึงความวิตกกังวลของนักลงทุนทั่วโลกที่เฝ้ารอการประกาศนโยบายดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในช่วงสัปดาห์หน้า
นักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่า การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในวันนี้ยังคงอยู่ในกรอบแคบ เนื่องจากขาดปัจจัยกระตุ้นใหม่ๆ จากภายในประเทศ และยังต้องติดตามปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราดอกเบี้ยโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อการไหลเข้าออกของเงินทุนต่างชาติ
ปริมาณการซื้อขายและแนวโน้มระยะสั้น
สำหรับปริมาณการซื้อขายในวันนี้ มีมูลค่ารวมประมาณ 34,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า โดยนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติยังคงแสดงท่าทีระมัดระวังในการลงทุน ขณะที่นักลงทุนรายย่อยบางส่วนอาจใช้โอกาสในการสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งในราคาที่ปรับตัวลง
ในระยะสั้น ตลาดหุ้นไทยคาดว่าจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด โดยมีระดับแนวต้านสำคัญอยู่ที่ประมาณ 1,380 จุด และแนวรับที่ 1,360 จุด นักลงทุนควรติดตามข่าวสารทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาด