ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 5.37 จุด รับแรงกดดันจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ
ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายในวันนี้ด้วยการปรับตัวลดลง 5.37 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 0.39 อยู่ที่ระดับ 1,380.15 จุด จากการเทขายในกลุ่มหุ้นใหญ่ โดยเฉพาะในภาคการเงินและพลังงาน ซึ่งได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกที่ยังคงไม่แน่นอน รวมถึงปัจจัยภายในประเทศที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ปัจจัยลบที่ส่งผลต่อตลาดหุ้น
ตลาดหุ้นไทยในวันนี้เผชิญกับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งจากต่างประเทศและภายในประเทศ ปัจจัยจากต่างประเทศ ได้แก่ ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความผันผวนในตลาดการเงินสากล ซึ่งทำให้นักลงทุนต่างชาติปรับลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ปัจจัยภายในประเทศ ประกอบด้วย ความไม่แน่นอนทางนโยบายเศรษฐกิจ และการคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีที่อาจต่ำกว่าคาด ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ ปริมาณการซื้อขายในวันนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังของนักลงทุนที่เลือกที่จะรอสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นก่อนตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติม
ผลกระทบต่อกลุ่มหุ้นหลัก
กลุ่มหุ้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในวันนี้คือ กลุ่มการเงิน และ กลุ่มพลังงาน ซึ่งมีน้ำหนักต่อดัชนี SET Index ค่อนข้างสูง การเทขายในกลุ่มเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ดัชนีปรับตัวลดลง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารและบริษัทพลังงานที่เผชิญกับความกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและราคาพลังงานที่ผันผวน
- กลุ่มการเงิน: ปรับตัวลดลงเฉลี่ยร้อยละ 0.5 เนื่องจากความกังวลเรื่องสภาพคล่องและหนี้เสีย
- กลุ่มพลังงาน: ปรับตัวลดลงเฉลี่ยร้อยละ 0.6 จากการลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก
- กลุ่มอื่นๆ: ส่วนใหญ่ปิดในแดนลบ แต่มีบางกลุ่มเช่นเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย
นักวิเคราะห์หลายท่านให้ความเห็นว่า ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นอาจยังคงเผชิญกับความผันผวน เนื่องจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศยังไม่คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว ตลาดอาจมีโอกาสฟื้นตัวหากมีสัญญาณเชิงบวกจากเศรษฐกิจโลกและนโยบายภายในประเทศที่ชัดเจนขึ้น