ดัชนีตลาดหุ้นไทยพุ่งทะลัก 1,400 จุด หลังผลเลือกตั้งชัดเจน พร้อมคาดแตะ 1,500 จุดในปีนี้
ดัชนีหุ้นไทยพุ่ง 1,400 จุด หลังเลือกตั้ง คาดแตะ 1,500 จุดในปีนี้

ดัชนีตลาดหุ้นไทยพุ่งทะลักอย่างร้อนแรงในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 หลังผลการเลือกตั้งชี้ชัด พร้อมปิดทำการที่ระดับ 1,400.89 จุด เพิ่มขึ้น 46.88 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 102,111.55 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 17 เดือน นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2567

ผลการเลือกตั้งกระตุ้นความเชื่อมั่นนักลงทุน

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเสียงนำทิ้งห่างจากคู่แข่งอย่างขาดลอย ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมือง และคาดหวังว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้รวดเร็ว พร้อมสร้างเสถียรภาพทางการเมือง

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยตอบรับผลการเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ หลังพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงอันดับหนึ่ง และเตรียมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

"คะแนนเสียงที่พรรคภูมิใจไทยได้รับสูงกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ ช่วยเพิ่มความชัดเจนและความง่ายในการจัดตั้งรัฐบาล" นายไพบูลย์กล่าว พร้อมชี้ว่า การจับมือกับพรรคกล้าธรรมเพียงพรรคเดียว หรือการรวมเสียงกับพรรคเพื่อไทย เป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา

ประเด็นสำคัญที่ตลาดต้องติดตามคือ นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนัก แม้จะเป็นรัฐบาลผสม แต่ด้วยจำนวน ส.ส. ที่มาก ทำให้มีโอกาสสูงที่จะได้กำกับดูแลกระทรวงเศรษฐกิจหลัก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย

นายไพบูลย์เชื่อว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะดำเนินนโยบายการคลังอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้การลงทุนภาครัฐต้องพึ่งพาตลาดทุนมากขึ้น

"การทำให้ตลาดทุนไทยกลับมาแข็งแรงและมีสภาพคล่องสูง เป็นโจทย์เร่งด่วน โดยเฉพาะการผลักดันโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) เพื่อส่งเสริมการออมและการลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างยั่งยืน" เขากล่าวเสริม

โอกาสแตะ 1,500 จุดในปีนี้

ขณะที่นโยบายอื่นๆ ต้องเป็นนโยบายที่แก้ปัญหาได้จริง โดยเฉพาะปัญหาเชิงโครงสร้าง หากขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม มีโอกาสสูงที่รัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปี

สิ่งที่น่ากังวลคือ ความยากของโจทย์เศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่หากจัดตั้งรัฐบาลได้รวดเร็ว และนโยบายเศรษฐกิจออกมาในเชิงบวก เป็นไปได้ที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับขึ้นไปแตะระดับ 1,500 จุดได้ในปีนี้

นายไพบูลย์คาดว่า เงินทุนต่างชาติจะกลับเข้ามา เนื่องจากตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่อเนื่องมานาน 3 ปี และความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเมืองเริ่มคลี่คลายลงชัดเจนหลังผลการเลือกตั้งครั้งนี้

มุมมองจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ จะสร้างสมดุลระหว่างการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว

นโยบายดังกล่าวมีความต่อเนื่องจากการบริหารงานในช่วงที่ผ่านมา โดยมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ลดค่าครองชีพ และพยุงกำลังซื้อที่จะช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม

ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ยังได้รับแรงหนุนจากต่างชาติที่ซื้อสุทธิ 16,535 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ฟื้นคืนมาอย่างชัดเจนหลังผลการเลือกตั้ง