เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 โต 1.5% ต่ำสุดรอบปี 67 รับผลกระทบส่งออกและกำลังซื้อ
เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 โต 1.5% ต่ำสุดรอบปี 67

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) รายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 ขยายตัวเพียง 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบปี และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.8% ส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้งปี 2567 อยู่ที่ 2.5% ลดลงจากปี 2566 ที่ขยายตัว 2.6%

ปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไตรมาส 4

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 มีสาเหตุหลักจากการส่งออกสินค้าที่หดตัวลง 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาดจีนและสหภาพยุโรปที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ การใช้จ่ายของภาครัฐก็ลดลง 2.1% จากการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเพียง 2.3% ชะลอลงจากไตรมาสก่อน

กำลังซื้อในประเทศอ่อนแอ

กำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศยังคงอ่อนแอ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าคงทน เช่น รถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมียอดขายลดลงต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลงในไตรมาส 4 มาอยู่ที่ระดับ 56.8 จุด จาก 58.2 จุดในไตรมาส 3 ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 90.8% ของ GDP และอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การลงทุนและการท่องเที่ยว

การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 3.1% ชะลอลงจาก 3.5% ในไตรมาสก่อน โดยการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เติบโตเพียง 2.5% ขณะที่การลงทุนก่อสร้างขยายตัว 4.2% ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 9.2 ล้านคนในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน แต่การใช้จ่ายต่อหัวลดลง ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวรวม 4.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 8%

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวโน้มปี 2568

สภาพัฒน์คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 จะขยายตัวในช่วง 2.3-3.3% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ค่อยๆ ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญยังมาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กดดันกำลังซื้อในประเทศ นายดนุชากล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและกระตุ้นการบริโภคผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี