IMF เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย หากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่านยืดเยื้อและราคาพลังงานพุ่งสูง
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ (IMF) ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงสูงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย หากความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่านยังคงยืดเยื้อต่อไป พร้อมกับราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 อาจลดลงต่ำกว่า 2% ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ
ผลกระทบรุนแรงจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง
รายงานของ IMF ระบุว่า ราคาพลังงานได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงกว่า 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่สงครามปะทุขึ้นและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ถูกปิดกั้นบางส่วน ขณะเดียวกัน การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านก็จบลงโดยไร้ข้อสรุปที่ชัดเจน ส่งผลให้ความไม่แน่นอนในตลาดพลังงานทวีความรุนแรงขึ้น
นายปิแอร์-โอลิวิเยร์ กูรินชาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF กล่าวเตือนว่า หากความขัดแย้งนี้ยืดเยื้อออกไป จะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ การขยายตัวของอัตราว่างงาน และบางประเทศอาจประสบปัญหาด้านความมั่นคงทางอาหาร เขายังชี้ให้เห็นว่า แม้สงครามจะยุติลงในทันที ผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันอาจรุนแรงใกล้เคียงกับวิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970 แม้ว่าโลกในปัจจุบันจะพึ่งพาพลังงานฟอสซิลน้อยลงกว่าอดีตก็ตาม
สถานการณ์สมมติฐานและแนวโน้มการเติบโต
ภายใต้สมมติฐานที่รุนแรง ราคาน้ำมันอาจเฉลี่ยแตะระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปีนี้ และเพิ่มขึ้นเป็น 125 ดอลลาร์ในปี 2570 สิ่งนี้อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งสูงถึง 6% ในปีหน้า และอาจบีบให้ธนาคารกลางหลายประเทศต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลายลงภายในไม่กี่สัปดาห์ และการผลิตพลังงานสามารถกลับสู่ภาวะปกติได้ภายในกลางปีนี้ เศรษฐกิจโลกในปี 2569 ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตที่ 3.1% แม้ว่าจะต่ำกว่าการคาดการณ์เดิมที่ 3.3% ก็ตาม
IMF ยังชี้ให้เห็นว่า ความสามารถของแต่ละประเทศในการรับมือกับวิกฤตนี้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น
- ระดับความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
- การพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซสำหรับการขนส่งน้ำมัน
- ทางเลือกอื่นๆ ในการส่งออกพลังงานของประเทศนั้นๆ
รายงานนี้เน้นย้ำว่า ภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลกที่อาจเกิดขึ้นนี้เป็นเหตุการณ์ที่หาได้ยาก โดยเกิดขึ้นเพียง 4 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2523 ซึ่งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ดังนั้น การเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกประเทศในยุคแห่งความไม่แน่นอนนี้



