จังหวัดพัทลุงออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของจังหวัด โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมือง อำเภอควนขนุน และอำเภอปากพะยูน ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงเกิน 100 มิลลิเมตรในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สถานการณ์ฝนตกหนักในพัทลุง
ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สุราษฎร์ธานี รายงานว่าตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้จนถึงเช้าวันนี้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคลองท่าแนะและคลองปากประ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลา
นายสมชาย เกตุแก้ว หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ทางจังหวัดได้ประกาศเตือนภัยล่วงหน้าให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ริมคลองและพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้เตรียมอพยพสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
พื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง
- อำเภอเมืองพัทลุง: ตำบลคูหาสวรรค์ ตำบลลำปำ ตำบลท่ามิหรำ
- อำเภอควนขนุน: ตำบลควนขนุน ตำบลชะมวง ตำบลทะเลน้อย
- อำเภอปากพะยูน: ตำบลปากพะยูน ตำบลเกาะนางคำ ตำบลฝาละมี
การเตรียมพร้อมรับมือ
เจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย และเรือท้องแบนไว้ประจำจุดเสี่ยงต่างๆ แล้ว นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งศูนย์อพยพชั่วคราวในโรงเรียนและวัดใกล้เคียง เพื่อรองรับประชาชนหากเกิดสถานการณ์รุนแรง
นายแพทย์วิวัฒน์ วิริยกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า โรงพยาบาลพัทลุงและโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งได้เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข รองรับผู้ป่วยที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมถึงการป้องกันโรคที่มากับน้ำ เช่น โรคน้ำกัดเท้า โรคฉี่หนู และโรคไข้เลือดออก
คำแนะนำสำหรับประชาชน
- ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา
- เตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และเอกสารสำคัญ ใส่กระเป๋าให้พร้อมอพยพ
- หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง และไม่ขับขี่ยานพาหนะผ่านเส้นทางที่ถูกน้ำท่วม
- หากพบเห็นสถานการณ์ผิดปกติ หรือต้องการความช่วยเหลือ โทรแจ้งสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าฝนจะตกหนักต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 10 มิถุนายนนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ซึ่งรวมถึงจังหวัดพัทลุง เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย



