ราคาสินค้าขึ้นแน่ ดอกเบี้ยยังไม่ขึ้น รับมือวิกฤติพลังงาน
ราคาสินค้าขึ้นแน่ ดอกเบี้ยยังไม่ขึ้น รับมือวิกฤติพลังงาน

ตั้งแต่เดือนหน้าไปจนถึงเดือนกรกฎาคม เราจะเห็นผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงต่อเนื่อง ส่งผลต่อราคาสินค้าในประเทศไทยอย่างชัดเจน สินค้ายี่ห้อเดิมที่เราใช้กันอยู่ อาจขอปรับราคาขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่นโยบายของรัฐบาลจะเน้นให้สินค้าจำเป็นไม่ขาดแคลน มากกว่าที่จะกดราคาให้ต่ำที่สุด

ผลกระทบจากราคาน้ำมันต่อสินค้าอุปโภคบริโภค

สัปดาห์ที่ผ่านมา มิสเตอร์พีได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารธุรกิจหลายแห่ง ทำให้สรุปได้ว่าเศรษฐกิจไทยวันนี้เข้าสู่วิกฤติแล้ว ไม่ว่าสงครามอิหร่านจะจบลงในเดือนนี้หรือยืดเยื้อไปอีก 1-2 เดือน และตั้งแต่เดือนหน้าไปจนถึงเดือนกรกฎาคม เราจะเห็นผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงต่อเนื่อง ส่งผลต่อราคาสินค้าในประเทศอย่างชัดเจน สินค้ายี่ห้อเดิมอาจขอปรับราคาขึ้นตามทุนที่สูงขึ้น ขณะที่รัฐบาลเน้นให้สินค้าจำเป็นไม่ขาดแคลน มากกว่ากดราคา

มาตรการของรัฐบาล

ในกรณีสินค้าควบคุม รัฐจะกำหนดราคาขายตามต้นทุนและให้ขึ้นราคาตามจริง รวมทั้งจะมีโครงการนำสินค้าคุณภาพใช้ได้ในราคาเป็นธรรม ภายใต้โครงการ "ไทยช่วยไทย" กระจายไปขายถึงทุกอำเภอทั่วประเทศ แต่คนที่ซื้อสินค้าจากโครงการนี้อาจไม่ได้สินค้าเกรด A ในราคาต่ำหรือราคาเดิมอีกต่อไป สินค้าที่นำมาขายจะเป็นแบรนด์รองหรือเฮาส์แบรนด์ของห้างร้านนั้นๆ ที่คัดแล้วว่ามีคุณภาพพอใช้ได้ ในราคาที่พอซื้อไหว เพื่อให้คนยังสามารถซื้อของใช้จำเป็น เช่น น้ำปลา น้ำมันพืช น้ำตาล ทิชชู เป็นต้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สัญญาณราคาพลังงานและค่าไฟฟ้า

เมื่อสัญญาณส่งมาชัดเจนว่าราคาพลังงาน น้ำมัน ก๊าซ จะแพงต่อไปอีกระยะ ค่าไฟฟ้าจะปรับขึ้นราคาในเดือนนี้และเดือนหน้า ราคาสินค้าหลายตัวกำลังขอปรับราคาขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะมีโครงการออกมาช่วยเหลือบรรเทาค่าใช้จ่ายและเพิ่มเงินในกระเป๋าชั่วคราว แต่ก็คงช่วยได้ไม่มากและช่วยนานไม่ได้

คำพระว่า "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" คนอย่างเราๆ ที่มีรายได้เท่าเดิม ก็คงต้องหวังพึ่งตัวเองก่อน ใครเข้าใจและปรับตัวได้ก่อน ก็น่าจะเอาตัวรอดได้ก่อน ในสถานการณ์วันนี้ คนที่เคยกินกาแฟแก้วละหลายร้อย ใช้สบู่ ยาสีฟัน เครื่องสำอางเบอร์ต้นๆ ทานข้าวในห้างทุกวัน เที่ยวต่างจังหวัดเดือนละหลายครั้ง อาจต้องปรับลดการใช้ชีวิตลงมาติดดินชั่วคราว เพื่อจะได้มีเงินเหลือสำหรับราคาพลังงาน ค่าเดินทาง และอื่นๆ ที่แพงขึ้น

แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบาย

อีกสิ่งที่คนกังวลมากในขณะนี้คือหนี้สิน ซึ่งวันพรุ่งนี้ (29 เมษายน) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาดอกเบี้ยนโยบายว่าจะไปในทิศทางใด หลังจากที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาพลังงาน อาหาร และราคาสินค้า แต่เท่าที่เห็นสัญญาณจากแบงก์ชาติและแบงก์พาณิชย์ออกมาตรงกันว่า ในปีนี้แนวโน้มดอกเบี้ยไทยน่าจะไม่มีการปรับขึ้นง่ายๆ ทั้งดอกเบี้ยนโยบายและดอกเบี้ยเงินกู้

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ระยะต่อไปไม่มีใครรู้ แต่ไม่ว่าดอกเบี้ยจะกลับทิศมาเป็นขาขึ้นหรือไม่ กูรูเตือนว่า ถ้ายังไหวขอให้ส่งหนี้สินต่อไป อย่าหยุดให้เป็นดินพอกหางหมู แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ให้ไปคุยกับเจ้าหนี้เพื่อลดดอก ลดต้น พักหนี้ ดีกว่าจะหนีหายไปเฉยๆ เพราะดอกเบี้ยและคดีความมันไม่หยุดตามไปด้วย

สุดท้ายจริงๆ ไม่ได้ตบหัวแล้วลูบหลัง แต่วิกฤติพลังงานในครั้งนี้ แม้เราจะต้องเข้าสู่โหมดยากลำบาก แต่เชื่อว่าคนไทยปรับตัวเก่งและอยู่รอดได้ดีกว่าหลายประเทศ ที่อาจจะขาดทั้งพลังงานและไม่มีความมั่นคงทางอาหารเหมือนประเทศไทย