ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนมีนาคม 2569 ว่า ยังคงทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกที่ขยายตัวถึง 19.3% โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่ยังขยายตัวได้
ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางเริ่มชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ธปท.เริ่มเห็นสัญญาณผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางต่อบางภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง โดยนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางลดลงถึง 45.7% และจากยุโรปลดลง 2.8% ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมลดลง 8.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
การบริโภคและการส่งออกชะลอตัว
การบริโภคภาคเอกชนในเดือนมีนาคมลดลง 0.8% จากเดือนก่อนที่ลดลง 0.7% โดยเฉพาะในหมวดโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ลดลง ขณะเดียวกัน การส่งออกไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลางขยายตัวเพียง 3.6% ซึ่งต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น
เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับตัวดีขึ้นจากติดลบ 0.88% ในเดือนกุมภาพันธ์ มาอยู่ที่ติดลบ 0.08% ในเดือนมีนาคม ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกที่ 0.57% ใกล้เคียงกับเดือนก่อนที่ 0.56% ธปท.คาดว่าเงินเฟ้อจะเริ่มเร่งตัวขึ้นในเดือนเมษายนตามต้นทุนพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น
แนวโน้มไตรมาส 1 ปี 2569
ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2569 จะขยายตัวใกล้เคียงกับไตรมาส 4 ปี 2568 ที่ 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากเทียบรายไตรมาส (QoQ) จะชะลอลงจาก 1.9% แต่ไม่ถึงขั้นติดลบ ปัจจัยสนับสนุนหลักคือการส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวตามธุรกิจ AI และ Data Center รวมถึงการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการ EV 3.0 ของรัฐบาล และการเร่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากความกังวลราคาน้ำมัน
แนวโน้มไตรมาส 2 ปี 2569
ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 จะทรงตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 1 แม้เผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวและสงครามตะวันออกกลาง เนื่องจากยังได้แรงหนุนจากการผลิตและส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าอาจทยอยปรับขึ้นจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น เนื่องจากภาคธุรกิจส่วนใหญ่มีสต๊อกสินค้าเพียง 1-3 เดือน แต่การปรับขึ้นราคาอาจไม่มากนักเนื่องจากกำลังซื้อของประชาชนยังอ่อนแอ
ภาคการท่องเที่ยว
ธปท.ประเมินว่าภาคการท่องเที่ยวจะชะลอตัวต่อเนื่องจากปลายไตรมาส 1 โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรปที่ยังคงลดลง
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม
- ความคืบหน้าของสงครามในตะวันออกกลาง
- ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
- นโยบายการค้าของสหรัฐฯ
- ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญและภาวะภัยแล้งที่อาจส่งผลต่อการผลิตและราคาสินค้าเกษตรในช่วงครึ่งหลังของปี
ยืนยันไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation
นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. ยืนยันว่าไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงขยายตัว แม้จะชะลอลง และเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นเป็นเพียงชั่วคราว โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 3-4% ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงสิ้นปี 2569 แต่เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 2.9% และจะลดลงเหลือ 1.5% ในปี 2570 ขณะที่เศรษฐกิจคาดว่าจะขยายตัว 1.5% ในปี 2569 และเร่งตัวเป็น 2% ในปี 2570
ธปท.ระบุว่าหากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม จะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และธปท.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด



