รายงานภาวะเศรษฐกิจโลกล่าสุดประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอตัวลงในหลายภูมิภาค โดยมีปัจจัยสำคัญจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศและอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการบริโภคทั่วโลก
ภาพรวมเศรษฐกิจโลก
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกลงเล็กน้อยเหลือร้อยละ 3.1 ในปี 2568 จากเดิมร้อยละ 3.2 โดยระบุถึงความเสี่ยงจากสงครามการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก
สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวได้ดีกว่าที่คาด โดยได้แรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่แข็งแกร่งและตลาดแรงงานที่ตึงตัว อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ทำให้เฟดยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 5.25-5.50 และส่งสัญญาณว่าจะปรับลดดอกเบี้ยช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ยุโรป
เศรษฐกิจยูโรโซนเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งการชะลอตัวของภาคการผลิต อัตราเงินเฟ้อที่เริ่มลดลงแต่ยังคงสูง และความไม่แน่นอนทางการเมืองในบางประเทศ โดยเยอรมนีซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของยุโรป มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคในไตรมาสแรกของปีนี้
จีน
เศรษฐกิจจีนยังคงฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด หลังจากยกเลิกมาตรการควบคุมโควิด-19 โดยได้รับผลกระทบจากวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอ รัฐบาลจีนได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แต่ยังไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นการเติบโตให้กลับมาสู่ระดับก่อนการระบาด
ผลกระทบต่อประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกเป็นสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากจีนและประเทศในเอเชีย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวร้อยละ 3.5-4.0 โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและความผันผวนของตลาดการเงินโลก
แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
ในด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงดำเนินนโยบายที่เข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยคาดว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจปรับลดดอกเบี้ยเร็วกว่าเล็กน้อยเนื่องจากเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง สำหรับเอเชีย ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เป็นประเทศเดียวที่ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย หลังจากใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบมานาน
ปัจจัยที่ต้องจับตา
- ผลการเลือกตั้งในประเทศเศรษฐกิจสำคัญ เช่น อินเดียและอินโดนีเซีย
- ความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน
- สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน
- นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลก
โดยสรุป เศรษฐกิจโลกในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนและผู้ประกอบการควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น



